| |
รอบรู้เรื่อง VISA J-1
|
| |
1. มารู้จักวีซ่า J-1 กันก่อนค่ะ
2. IEO VISA SERVICE
3. เอกสารที่น้องๆจะต้องเตรียมเพื่อขอวีซ่า
4. การกรอกแบบฟอร์ม
5. หน่าวยงานสำคัญ |
| |
| 1. มารู้จักวีซ่า J-1 กันก่อนค่ะ |
| |
ก่อนที่น้องๆ ทุกคนจะเดินทางไปเพื่อเข้าร่วมโครงการ Work & Travel นั้น น้องๆจะต้องมีการยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา โดยวีซ่าที่น้องๆ
จะได้รับคือ วีซ่า J-1 หรือ วีซ่าแลกเปลี่ยน เป็นวีซ่าสำหรับผู้เข้าร่วมโครง
การแลกเปลี่ยน (Exchange Visitor) ที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาล
สหรัฐอเมริกาเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เสริมสร้างมิตรภาพ ความเข้าใจอันดีงาม
ซึ่งกันและกัน เช่น โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน (Exchange Student) โครงการ
ฝึกงานในต่างประเทศ (Internship) โครงการ Aupair และโครงการทำงานและ
ท่องเที่ยว ( Work & Travel) เป็นต้น
วีซ่า J-1 เป็นวีซ่าประเภทชั่วคราว ที่ผู้ได้รับวีซ่ามีภาระผูกพันที่จะต้องเดินทางกลับ
ประเทศบ้านเกิด และผู้ที่ขอวีซ่า J-1 จะต้องมีองค์กรในประเทศสหรัฐอเมริกาที่รับ
รองหรือสนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นผู้ออกเอกสารประกอบ
การขอวีซ่าให้ โดยเอกสารดังกล่าวคือ DS-2019 และ SEVIS |
| |
Ds-2019 หรือ Certificate of Eligibility for Exchange Visitor Status
เอกสารรับรองการเข้าร่วมโครงการที่องค์กรต่างประเทศเป็นผู้ออกสิทธิ์ให้กับ
นักศึกษา ซึ่งรายละเอียดจะประกอบไปด้วย ชื่อองค์กร โครงการ ค่าใช้จ่ายโดย
ประมาณ สถานที่ทำงาน ระยะเวลาของวันเริ่มงานจนกระทั่งสิ้นสุด โดยนักศึกษาจะสามารถ ทำงานในช่วงเวลาเริ่มงานและสิ้นสุดงานที่ระบุใน DS-2019 เท่านั้น
หรือหมายถึง ไม่สามารถเริ่มทำงานก่อนวันเริ่มงานที่ระบุใน DS-2019 และ
ไม่สามารถทำงานหลังวันสิ้นสุดงานที่ระบุใน DS-2019 |
| |
SEVIS ย่อมาจาก Student and Exchange Visitor Information System
เป็นระบบที่รัฐบาลสหรัฐสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลและติดตามนักเรียนแลก
เปลี่ยนที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในระบบ SEVIS นี้จะเชื่อมโยงข้อมูลกับกระทรวงความมั่นคงภายในและกระทรวงความมั่นคงแห่ง
มาตุภูมิของประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎของ SEVIS ซึ่งจะเป็นการเก็บประวัติการเดินทางและการพำนักของผู้เข้าร่วมโครงการในระหว่าง
ที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เข้าร่วมโครงการ Work and Travel ต้องชำระ
ค่าธรรมเนียม จำนวน USD 35.00 แต่ทั้งนี้ทาง IEO Study Abroad
เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการชำระค่า SEVIS ให้แก่นักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมโครงการ |
| |
โดยวีซ่า J-1 ในส่วนโครงการทำงานและท่องเที่ยว ( Work & Travel) นั้น มีระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการสูงสุด 6 เดือน
โดยระยะเวลาในวีซ่าตามที่สถานทูตออกสิทธิ์ให้คือ 4 เดือน (ตามที่ระบุในหนังสือเดินทาง
หน้าวีซ่า J-1) ซึ่งน้องๆ สามารถเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาได้ก่อนภายใน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในหนังสือเดินทางและเมื่อวันสิ้นสุดวีซ่า สามารถอยู่เพื่อท่องเที่ยวต่อ
ได้อีก 1 เดือนค่ะ แต่ห้ามเกิน 1 เดือน นะค่ะ เพราะถ้าเกินจะผิดกฎหมายค่ะ |
| |
| 2. IEO VISA SERVICE |
| |
ทาง IEO ได้มีบริการให้กับน้องๆ ในการเตรียมตัวขอวีซ่ากับทางสถานทูตอเมริกา ดังนี้ค่ะ
- ประสานงานขอเอกสาร DS-2019 และ SEVIS FEE จากทางองค์กรในประเทศสหรัฐอเมริกา
- จองสัมภาษณ์กับทางสถานทูตให้กับน้องๆ ตามวัน เวลา ที่ทางสถานทูตกำหนดมา
- ตรวจสอบเอกสารเพื่อความถูกต้อง ก่อนยื่นขอวีซ่ากับทางสถานฑูต
- ให้คำปรึกษา แนะนำในการจัดเตรียมเอกสารทุกอย่าง
|
| |
| 3. เอกสารที่น้องๆจะต้องเตรียมในการขอวีซ่า J-1 |
| |
| 1.ดาวน์โหลดฟอร์มคำร้องขอวีซ่า 3 ฟอร์ม *ฟอร์มคำร้องขอวีซ่าที่น้องๆ จะต้องทำการออนไลน์มีอยู่ทั้งสิ้น 3 ฟอร์ม คือ DS-156,DS-157 และDS-158 โดยสามารถเข้าไปทำการออนไลน์ตาม Link ที่ให้มาดังนี้ (*จะต้องพิมพ์ด้วยตัวใหญ่ เท่านั้น) |
| |
- แบบฟอร์ม DS 156 (มีจำนวน 3 หน้า) /
https://evisaforms.state.gov/ds156.asp
- แบบฟอร์ม DS 157 (มีจำนวน 1 หน้า) /
http://foia.state.gov/FORMS/visa/ds 157.pdf
- แบบฟอร์ม DS 158 (มีจำนวน 1 หน้า) /
http://foia.state.gov/FORMS/visa/ds 158.pdf
โดยน้องๆ จะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวตามความเป็นจริงและตรวจทานความถูกต้อง
ให้เรียบร้อยก่อนยืนยันข้อมูลนั้นๆ
* หมายเหตุ : หลังจากทำการออนไลน์ทั้ง 3 ฟอร์ม เสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้ save ข้อมูลพร้อมส่งไฟล์ทั้ง 3 มาที่ service@ieo.co.th เพื่อทาง IEO จะได้ประสานงานในเรื่องการขอวีซ่าตามขั้นตอนต่อไป |
| |
| |
| |
| 2. หนังสือเดินทาง ซึ่งมีอายุใช้งานมากกว่า 6 เดือน ควรนำหนังสือเดินทางทุกเล่มที่มีอยู่ซึ่งหมดอายุไปแล้วหรือยังใช้ได้อยู่ (ถึงแม้จะเคยมีวีซ่าเข้าออกสหรัฐฯ หรือไม่ก็ตาม) มายื่นด้วยเพื่อประกอบในการพิจารณาการขอวีซ่าของท่าน |
| |
3. รูปถ่าย 2x2 นิ้ว
- จำนวน 2 รูป ฉากหลังสีขาว
- มีใบหน้าใหญ่กว่า 50 % ของเนื้อที่ทั้งหมด โดยเห็นใบหูทั้ง 2 ข้าง
- ไม่ใส่เครื่องประดับ
ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน |
| |
4. ใบแสดงผลการศึกษาล่าสุดภาษาอังกฤษ (Transcript) ฉบับจริง 1 ชุด
5. ใบรับรองสถานภาพนักศึกษาภาษาอังกฤษ ฉบับจริง 1 ชุด (มีอายุไม่เกิน 60 วัน)
6. หนังสือรับรองสถานภาพทางการเงินของผู้ออกค่าใช้จ่าย ฉบับจริง 1 ชุด
ออกโดยธนาคารและสะกดชื่อ-นามสกุลผู้เข้าร่วมโครงการฯ ตามหนังสือเดินทาง
7. หนังสือรับรองการทำงานของผู้ออกค่าใช้จ่าย
- กรณีรับราชการ สามารถใช้หนังสือรับรองการทำงาน ตำแหน่ง ระยะเวลาทำงานและเงินเดือน ฉบับภาษาอังกฤษจากหน่วยงานต้นสังกัด
- กรณีทำงานบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ สามารถใช้หนังสือรับรองการทำงาน ตำแหน่ง ระยะเวลาทำงานและเงินเดือน ฉบับภาษาอังกฤษที่ออกโดยบริษัท
- กรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว สามารถใช้ฉบับจริงหรือสำเนาเอกสารทะเบียนการค้าหรือหนังสือจดทะเบียนรับรองบริษัท / ห้างหุ้นส่วน ที่มีตราประทับของบริษัทรับรองพร้อมลายเซ็น
กรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว ที่ไม่มีทะเบียนการค้าหรือเอกสารรับรองต่างๆ ให้ออกจดหมายบรรยายถึงลักษณะธุรกิจ ระยะเวลาในการประกอบธุรกิจ เป็นภาษาอังกฤษ 1 ฉบับ พร้อมภาพประกอบ 3-4 ภาพ |
| |
| 8. หลักฐานทางการเงินของผู้ออกค่าใช้จ่าย **
สามารถใช้หลักฐานทางการเงิน มากกว่า 1 ธนาคารได้
- หนังสือรับรองสถานะภาพทางการเงินจาก ธนาคารตัวจริงโดยสะกด ชื่อ นามสกุล ผู้เดินทางตาม Passport
- กรณีมีบัญชีออมทรัพย์ สามารถยื่นสำเนาสมุดบัญชีของผู้ออกค่าใช้จ่ายที่มีตรารับรองของธนาคารทุกหน้า ย้อนหลัง 6 เดือน หรือสมุดบัญชีตัวจริงที่อัพเดตล่าสุด
กรณีมีบัญชีกระแสรายวัน สามารถยื่น Bank Statement ตัวจริง ย้อนหลัง 6 เดือน โดยสามารถขอได้จากธนาคาร |
| |
9. สำเนาทะเบียนบ้านของนักศึกษาและผู้ปกครอง ** ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
** หมายเหตุ: ทางสถานทูตจะคืนเอกสารให้หลังสัมภาษณ์วีซ่าเรียบร้อยแล้ว
10. เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ใบประกาศนียบัตรต่างๆ เป็นต้น |
| |
กรณีที่ผู้ออกค่าใช้จ่ายมิได้เป็นบิดาหรือมารดา ให้ออกจดหมายรับรองความสัมพันธ์กับนักศึกษามาเป็นภาษาอังกฤษ 1 ฉบับ |
| |
| ดาวน์โหลด Visa Check List ใช้ในการตรวจสอบเอกสาร ในการยื่นวีซ่า |
| |
4. การกรอกแบบฟอร์ม
การกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม J-1 สำหรับ DS 156 หน้า 1 และ 2 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องพิมพ์ข้อมูลส่วนตัวของตนเองลงในแบบฟอร์ม on-line โดยสามารถเข้าไปพิมพ์ได้ที่ http://evisaforms.state.gov/ และคลิกเข้าไปที่ DS-156 : Nonimmigrant Visa Application (บรรทัดล่างสุด) ให้ครบถ้วนทุกคำถาม จึงจะสามารถทำการพิมพ์ออกมาได้ |
| |
|
| |
ข้อควรระวัง!!!
- ต้องกรอกแบบคำร้องให้ครบทุกข้อ จึงจะทำการพิมพ์เอกสารออกมาได้
- หากทำการพิมพ์เอกสารออกมาแล้ว แต่ต้องการจะแก้ไขข้อมูลจะต้องทำการแก้ไขในเว็บ และทำการพิมพ์ออกมาใหม่เท่านั้น
ข้อแนะนำ : ผู้เข้าร่วมโครงการฯ สามารถกรอกข้อมูลส่วนตัวด้วยปากกาใน DS 157 และ DS 158 ได้ แต่จะต้องกรอกแบบฟอร์มทุกแบบฟอร์มด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น
หมายเหตุ: เมื่อผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ทำการเตรียมเอกสารขอวีซ่าดังกล่าวเรียบร้อยแล้วจะต้องส่งให้ทางโครงการฯ |
| |
| 5. หน่วยงานสำคัญ |
| |
สถานเอกอัครราชฑูตไทยและสถานกงสุลไทยประจำประเทศสหรัฐอเมริกา
สถานเอกอัครราชฑูตฯ : The Royal Thai Embassy
1024 Wisconsin Avenue, N.W., Suite 401
Washington, D.C. 20007
Tel : (202) 944 3600
Fax : (202) 944 3611
URL : http://www.thaiembdc.org
Email : thai.wsn@thaiembdc.org
งานกงสุล : Consular Office
1024 Wisconsin Avenue, N.W.,
Suite 101 Washington, D.C. 20007
Tel : (202) 944 3608
Fax : (202) 944 3641
Email : consular@thaiembdc.org
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก : The Royal Thai Consulate-General
700 North Rush Street
Chicago, IL 60611
Tel : (312) 664 3129
Fax : (312) 664 3230
Email : thaichicago@aol.com
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส : The Royal Thai Consulate-General
611 North Larchmont Boulevard,
2nd Floor, Los Angeles, CA 90004
Tel : (323) 962 9574-77
Fax : (323) 962 2128
URL : http://www.thai-la.net
Email : thai-la@mindspring.com
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก : The Royal Thai Consulate-General
351 East 52nd Street,
New York, NY 10022
Tel : (212) 754 1770,
754 2536-8, 7541896
Fax : (212) 754 1907
Email : thainycg@aol.com |
| |