สวัสดีค่ะ เราชื่อฝ้ายนะคะ เราอยากมาเล่าและแชร์ประสบการณ์ 2 years in Canada ของเราให้ทุกๆคนได้ฟังกัน เผื่อว่าจะมีคนที่กำลังตัดสินใจและลังเลที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ สามรถนำเอาสิ่งที่เราเล่าไปลองพิจารณา แล้วจะรู้ว่า Canada should be on your list 😊

เราเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินหรือได้เห็น American high school ตามในหนังหรือใน youtube กันมาบ้างแล้ว แต่เราแทบจะไม่เคยเห็นใครทำเกี่ยวกับ high school ในประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการศึกษาที่มีคุณภาพอย่าง “Canada”เลยค่ะ เราเลยขอมาแชร์ประสบการณ์ของเราให้อ่านกันดูนะคะ

review001

Back in December 2017

เป็นช่วงที่เราตัดสินใจมาที่นี่คร้งแรก เราก็ลังเลเหมือนกับเด็กทั่วๆไป กลัวว่าตัวเองจะอยู่ได้มั้ย พูดกับเค้ารู้เรื่องมั้ย จะมีเพื่อนมั้ย ตอนนั้นกลัวทุกอย่างเลยค่ะ แต่พอคิดดีๆแล้ว เรารู้สึกว่าถ้าเรามัวแต่กลัว แล้วเราจะเก่งขึ้นมั้ย ภาษาเราจะพัฒนามั้ย เพราะหนึ่งในเหตุผลที่เราเลือกมาที่นี่ ก็คือเราอยากพูดภาษาอังกฤษได้แบบคล่องๆ เรารู้เลยค่ะว่าสำหรับเรา ถ้าอยู่ที่ไทยเราไม่สามารถกล้าพูดกับเพื่อนๆอย่างแน่นอน กลัวโดนล้ออย่างงู้นอย่างงี้ แต่เราเชื่อว่าถ้าเราพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ใช้ภาษาอังกฤษ สถานการณ์ต่างๆมันจะบังคับเราให้ต้องพูดให้ได้เองค่ะ

Get ready to go to Canada

ของที่ต้องเตรียมนอกจากเสื้อผ้าของใช้ต่างๆแล้ว เราก็เตรียมพวกพริกแกง อาหารซอง มาม่า ขนมเซเว่นต่างๆมาด้วย เพราะเรากลัวจะคิดถึงอาหารไทยมากๆ ซึ่งมันก็จริงค่ะ อ่อแล้วก็พวกเสื้อ coat หนาๆเราแนะนำให้มาซื้อที่นี่นะ เพราะมันถูกกว่า มีให้เลือกเยอะกว่า แล้วก็ประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าด้วย

การเดินทางมาที่แคนาดา

เราเลือกบินช่วง August 2017 เพราะเราตัดสินใจที่จะบินก่อนเปิดเรียน 1 เดือน เพราะเราอยากไปเรียนปรับภาษาที่ language School ก่อน (อ่านรีวิวในหัวข้อต่อไปได้เลยค่ะ)

สายการบินที่เราเลือกคือ Korean air เปลี่ยนเครื่องที่เกาหลี และใช้เวลาบินทั้งหมด 16 ชั่วโมงค่ะ เราว่าถ้าใครจะบินมาที่นี่ สายการบินนี้โอเคเลยค่ะ

Language School

โรงเรียนภาษาที่เราไปเรียนชื่อว่า Tamwood อยู่ใจกลาง Downtown Vancouver บอกเลยว่า location ดีมากเลยค่ะ ล้อมรอบด้วยสถานีรถไฟ ร้านอาหาร แหล่ง shopping ครบเลยค่ะ
ในห้องเรียนจะมีนักเรียนมาจากหลายประเทศเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Japanese Mexican Korean Italian และอีกมากมาย ในส่วนของเรื่องอายุนั้นไม่ใช่ปัญหาเลยค่ะ มีตั้งแต่18-30++ ความ cool ก็คือทุกคนสามาถเป็นเพื่อนกันได้ อย่างเพื่อนสนิทเราอายุ 25 ค่ะ ส่วนเราตอนนั้น 17 ถ้าให้พูดถึงเรื่องการเรียนจะมี conversation(การสนทนา) ส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมี reading listening writing ด้วยนะคะ ครูทุกคนคือ nice มากกกก บางคนก็แบบเปิดซี่รี่เรื่อง Friends ให้ดูทุกๆวันศุกร์

review002

แล้วก็โรงเรียนจะจัดกิจกรรมทุกๆวันหลังเลิกเรียนและ weekend อย่างเช่น movie night, picnic, chicken and beer, etc. สิ่งที่เราเห็นได้ชัดจากการมาเรียนโรงเรียนภาษา ก็คือทุกๆคนมาเรียนมาเรียนรู้และฝึกภาษากันหมด จึงไม่มีการเปรียบเทียบว่าใครเก่งกว่าใคร ไม่มีการ bully หรือล้อเรื่องสำเนียง เพราะทุกคนไม่มีใครเหมือนกันค่ะ เขาพร้อมจะเปิดใจที่จะเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน

เราว่าสำหรับใครที่อยากมาเรียนในระยะสั้นๆ เราว่าโรงเรียนภาษาก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลยค่ะ you can gain more english skill and more friends at the same time.

หลังจากเรียนที่เราเรียนภาษา เราก็เข้า high school เลยค่ะ ที่แคนาดาจะไม่เหมือนที่ไทยที่รวมประถมกับมัธยมด้วยกันนะคะ แต่จะแบ่งเป็น 3 steps ก็คือ elementary school (grade 1-6)  , middle school (grade 7-8) และ secondary school(grade 9-12) ค่ะ โรงเรียนที่เรามาเรียนชื่อว่า Heritage Woods Secondary School อยู่ในเมืองเล็กๆชื่อว่า Port Moody ไม่เคยได้ยินกันใช่มั้ยล่ะค่ะ ใช่ค่ะ ตอนนั้นเราก็ไม่เคย แต่เราเชื่อว่าทุกคนรู้จัก Vancouver เอาเป็นว่าเมืองนี้อยู่ห่างจาก Vancouver ชั่วโมงครึ่งค่ะ

อย่าเพิ่งตกใจกันนะคะว่าเมืองนี้จะมีอะไรให้ทำหรอ จะไม่น่าเบื่อหรอ ไปอยู่ Vancouver ไม่ดีกว่าหรอ ตอนนั้นเราคิดแบบนี้ค่ะ แต่พอมาอยู่จริงๆแล้วมันโอเคมากๆเลยค่ะ เมืองที่เราไม่ได้เคยได้ยิน หรือไม่รู้จัก ไม่จำเป็นต้องแย่เสมอไปค่ะ เราอยากให้ทุกคนลองมาด้วยตัวเองดีกว่า

The city of Port Moody

ใครกำลังมองหาเมืองเล็กๆที่สะดวกสบาย เดินทางง่าย ใกล้ห้าง ร้านอาหารเยอะ เราบอกเลยค่ะว่า this is the best choice for you

เราสามารถเดินทางได้ทั้ง sky train or bus สะดวกมากเลยค่ะ แล้วตารางบัสของที่นี่ก็มาตรงเวลาด้วยนะคะ เราสามารถดูเวลาบัสได้ผ่านทาง application อีกด้วยค่ะ

ร้านอาหารจีน ญี่ปุ่น ไทย เกาหลี หรือฝรั่ง รวมถึงร้านชานมไข่มุก มีหมดเลยค่ะ (ทักมาให้เราแนะนำได้นะคะ เพราะเราลองมาหมดแล้ว 😊

review004

Host Family

โฮสที่เราได้ไม่ใช่ Canadian แท้นะคะ เป็นคนอิหร่านที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ 20 ปีแล้ว ตอนแรกเราแอบตกใจเบาๆเพราะกลัวว่าเค้าจะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่ผิดคาดเลยค่ะ เค้าคุยภาษาอังกฤษตลอดเลย ในครอบครัวมี host dad, host mom แล้วก็ลูกผู้ชายกับผู้หญิงอีกสองคนค่ะ เรารู้สึกว่าเราโชคดีมากที่เราได้โฮสคนนี้ เค้าใจดีมากกกก ลูกๆเค้าก็ nice กับเรา ทำอาหารอร่อย ไม่จู้จี้ขี้บ่น เราจะไปไหนมาไหนก็แค่บอกเค้า เค้าจะได้ไม่เป็นห่วง แล้วที่สำคัญคือ location ดีมากค่ะ สามารถเดินไปโรงเรียนได้ใน 5 นาที ป้ายบัส 3 นาที สะดวกมากเลยค่ะ

School

ปู่เสื่อเตรียมรออ่านยาวๆไปเลยค่ะ เรามาเข้าที่นี่ตอน grade 11 หรือมอห้านะคะ เรามาเรียนในฐานะ international student ซึ่งวันที่ก่อนจะเปิดเทอม เราจะต้องไปสอบวัดระดับ English skill เพื่อที่เค้าจะได้เลือก Class ภาษาอังกฤษให้เหมาะกับเรา แต่ช้าก่อน ไม่ใช่ภาษาอังกฤษแบบที่ฝรั่งเรียนนะคะ เราจะต้องเรียน EAL class ( English as a second language หรือคลาสภาษาอังกฤษสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก ) ก่อน แล้วถึงจะเข้าเรียน english แบบปกติได้ค่ะ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับ level ภาษาของแล้วแหละค่ะ ว่าจะได้เรียน EAL level ไหน

review005

แล้ววิชาเรียนที่นี่เหมือนของไทยมั้ย?

การเรียนมัธยมของแคนาดาแตกต่างกับไทยมากเลยค่ะ ตอนมอสี่ที่ไทยจะได้เลือกสายการเรียนใช่มั้ยคะ แต่ที่นี่ไม่มีสายการเรียนแบบนั้นจ้า เราจะต้องเลือกวิชาเองทั้งหมด แต่จะมีวิชาบังคับที่ต้องเรียนให้จบอยู่ประมาณ 5 วิชา อย่างเช่น English, math, science, social อะไรพวกนี้ค่ะ นอกจากนั้นเราก็สามารถเลือกเองได้เลย วิชาที่น่าสนใจก็อย่างเช่น Film, acting, marketing, wood design และอีกมากมายเลยค่ะ ซึ่งวิชาเหล่านี้เรารู้สึกว่ามันเป็นประโยชน์กับเรามากๆเลยนะ เพราะเหมือนเราได้ลองเรียนหลายๆอย่างที่เราสนใจ จะได้รู้ว่าเราควรเลือกเรียนต่อสายนี้มั้ย เหมือนเราได้มาค้นหาตัวเองจริงๆ

แบ่งเป็นกี่เทอม?

ที่นี่จะแบ่งเป็นสองเทอมค่ะ เรียนเทอมละ 4-5 วิชา วิชาละ 70 นาที ซึ่งใน 1 เทอมจะเรียนเหมือนกันทุกวัน อาจจะฟังดูน่าเบื่อใช่มั้ยล่ะ แต่มันมีประโยชน์มาก เพราะมันไม่หนักเกินไป เหมือนเราได้ Focus กับวิชาที่เราเรียนจริงๆ

โรงเรียนเข้า-เลิกกี่โมง?

เข้า 8.00 เลิก 15.25 ค่ะ

บรรยากาศในโรงเรียนเป็นไงบ้าง?

ที่แคนาดาทุกคนจะเดินเรียนค่ะ ไม่มีห้องประจำของตัวเองเหมือนที่ไทย ก็คือถือเปลี่ยนห้องทุกๆวิชาค่ะ แล้วก็ทุกคนจะมี locker เป็นของตัวเองแบบในหนังเลยแหละ โรงอาหาร gym theater ห้องเรียน ทุกอย่างรวมอยู่ในตึกเดียวค่ะ อาจจะไม่ได้ใหญ่เหมือนที่ไทย แต่ก็ไม่ได้เล็กจนอึดอัดนะคะ

ในส่วนของเรื่องความทันสมัย โรงเรียนเราไม่แพ้ใครแน่นอนค่ะ ครูส่วนใหญ่จะไม่ได้เขียนบนกระดานนะคะ แต่จะเขียนในคอมแล้วฉายขึ้น projector ที่เราชอบมากๆเลยก็คือ ถ้าเกิดจดไม่ทันเราสามารถไปตามลอกได้ใน application one note ค่ะ

review006

หาเพื่อนยากมั้ย?

เราว่าหาเพื่อนไม่ยากเลยค่ะ เพราะในโรงเรียนจะมีเพื่อนหลากหลายมาก ทั้งเอเชียทั้งฝรั่งปนๆกันไปค่ะ อย่างเพื่อนๆในกลุ่มเราก็มีหลายๆประเทศปนกันค่ะ เพื่อนๆส่วนใหญ่ก็คือ friendly มากๆเลยค่ะ สำหรับใครที่อยากรู้ว่ามีคนไทยมั้ย เราว่าแล้วแต่ปีที่เรามาด้วยแหละ อย่างรุ่นเรามี 4 คน

คุยกับเค้ารู้เรื่องมั้ย? โดนเหยียดเรื่องภาษาบ้างมั้ย?

วันที่เรามาแรกเรากลัวเวลาจะพูดกับคนอื่นมากเลย เพราะภาษาอังกฤษเราคือไม่ได้ดีขนาดนั้น แต่ก็คือพอพูดรู้เรื่อง เรากลัวว่าจะพูดผิด สำเนียงไม่ดี บลาๆ แต่สุดท้ายเราก็ต้อง push ตัวเองให้พูดให้ได้อยู่ดีค่ะ เพื่อนๆที่นี่คือไม่มีการ judge เลยค่ะ เราการันตีได้ ถึงจะมีบ้างที่บางทีเค้าไม่เข้าใจเรา แต่สุดท้ายเค้าก็จะพยายามเข้าใจเราเองค่ะ

กิจกรรมในโรงเรียน

ช่วงแรกๆที่เรามาคือเราตื่นเต้นกับกิจกรรมมากๆ เพราะไม่มีที่ไทยด้วยแหละ อย่างเช่น มีการประกวดชุด haloween, twin day, pajama day, Basketball tournament (โรงเรียนเราขึ้นชื่อเรื่องนี้มากเลยแหละ) งาน dance ต่างๆ

เราขอเล่างาน dance ที่โรงเรียนให้ฟังคร่าวๆแล้วกันนะคะ

Winter formal 2017

ที่โรงเรียนเราไม่ได้มีงาน prom or homecoming เหมือนที่เห็นกันในหนัง high school หรอก แต่โรงเรียนเราก็มีงานต่างๆที่คล้ายๆแบบนั้นนะ อย่างเช่น winter formal ที่จัดในช่วง December โดยมี Dress code คือ Formal dress or suit แต่งานแบบนี้ไม่ใช่ว่าใครๆก็เข้าได้นะ ต้องซื้อ ticket เท่านั้น เพราะความพิเศษคือโรงเรียนจะจ้าง DJ มาเปิดเพลงด้วยแหละ สำหรับเราที่มาปีแรก เราตื่นเต้นกับงานนี้มาก เพราะเราอยากรู้มากเลยว่างาน dance ทีแคนาดาเนี่ยจะเป็นแบบไหน แค่คิดว่าจะได้ใส่ชุดสวยๆมีรูปลง instagram ก็คงไม่พลาดที่จะต้องไป

ทางโรงเรียนจัดงานแบบเรียบๆง่ายๆ โดยใช้ grand hall มาเป็น dance floor แล้วก็มี snack and pops (น้ำอัดลม) อยู่รอบข้าง มี photo booth ให้ถ่ายด้วยนะ บอกเลยว่ามันส์และสนุกมากกกก

review007

ปรับตัวยากมั้ย?

เราว่าเรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับแต่ละคนนะ แต่สำหรับเราคือไม่ยากเลย อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนปรับตัวง่ายกับทุกๆที่ด้วยแหละ เราเป็นคนง่ายๆอะไรก็ได้เลยไม่ต้องปรับอะไรมาก ที่ต้องปรับมากท่สุดก็คงจะเป็นเรื่องภาษาค่ะ

ต่อไปเราขอพูดถึงเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองเราบ้างค่ะ เผื่อใครที่จะมาเรียนแล้วอยากเที่ยวไปด้วย

Whistler 2018

เมื่อพูดถึงเมืองที่จะไปสกี ใครๆก็คงจะต้องนึกถึง whistler เอาจริงๆตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยได้ยินชื่อเมืองนี้ในแคนาดาเลยเลย แต่พอมาที่นี่ครั้งแรกที่เคยได้ยินชื่อเมืองนี้ ก็คงจะเป็นตอนที่ครูที่โรงเรียนเปิด presentation ของ ski club ให้ดู ถ้าพูดถึงความคิดของเด็กไทยคนนึง ก็ไม่เคยจะคิดหรอกว่า วันนึงจะได้ลองสกี เพราะนอกจากญี่ปุ่นแล้ว จะมีที่ไหนอีกล่ะ แต่ระหว่างที่นั่งดู presentation ก็ได้ยินเพื่อนๆทั้งห้องดูตื่นเต้นกับ ski and snowboard มากเลย แล้วแบบนี้เราจะพลาดได้ไง

เราเคยได้ยินเพื่อนคนเวียดนามพูดว่าจะไป whistler กับพี่ชาย ตอนนั้นแหละ เราหันไปถามเลยว่า Can I join you and your brother’s trip to Whistler?

นั่นแหละคือจุดเรึ่มต้นของทริปนี้

OH MY GOSH! นี่คือสิ่งที่เราพูดกับเพื่อนตั้งแต่ขับรถระหว่างทางไป Whistler วิวข้างทางสวยเหมือนภาพวาดมากๆ ทำให้เราไม่สามารถหลับได้เลย ถ้าใครจะมา เราแนะนำให้ลองขับรถมาเป็นแบบ road trip ตอนหน้าหนาวดู เพราะวิวมันคุ้มค่ามากจริงๆ

review008

เราขอบอกก่อนเลยว่า Whistler ที่เที่ยวมันอาจจะไม่ได้เยอะเหมือนเมืองอื่นๆ เพราะมันเป็นเมืองสำหรับ ski and snow board แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ที่ shopping หรือ ร้านอาหารนะ เพราะทุกอย่างได้รวมอยู่ใน Whistler Village ไว้หมดแล้ว เรียกได้ว่าที่เดียวครบ

review009

อย่างแรกที่ skier and snowboarder ต้องทำก็คือ ขึ้น Gondolla หรือ กระเช้านั่นเอง แต่ถาไม่อยากเล่นสกีก็สามารถขึ้นไปดื่มด่ำและถ่ายรูปกับวิวสวยๆด้านบนได้เหมือนกันนะ วิวข้างบนคือสวยมากจริงๆ เราโชคดีมากเพราะวันที่เราไปแดดออกพอดี

ครั้งแรกที่เราได้ขึ้นไปเล่นคือเราตกใจมาก  everyone is a pro ทุกคนเล่น ski and snowboard เก่งกันมากจริงๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะชาติไหนก็คือเล่นได้กันหมดเลย … ตัดภาพมาที่เรากับสกีหนึ่งอัน หันไปบอกกับเพื่อนว่า that’s no way for me to ski like that, let’s back to the beginner lane

ล้มบ้าง ลื่นบ้าน แต่สุดท้ายเรากับเพื่อนก็ช่วยกันฝึกจนเล่นได้ พอเล่นได้เท่านั้นแหละ เรารู้เลยว่า nothing is perfect than skiing in the most beautiful view in Whistler ใครที่วางแผนจะมาเรียนที่แคนาดา ลองชวนเพื่อนไปกันดู ลองให้เพื่อนๆช่วยสอนเพื่อนเราที่โรงเรียนเกือบทุกคนเล่นเป็นหมดเลย เล่นสกีเป็น แถมได้ฝึกภาษาไปด้วยในตัว win win!

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นคะ หวังว่าคงจะได้ข้อมูลต่างๆ ไว้ประกอบการตัดสินใจไม่มากก็น้อยนะคะ ถ้ามีใครสงสัยอยากถามอะไรเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่