|
ข้อมูลทั่วไปประเทศ Australia
ประวัติศาสตร์ เดิมประเทศออสเตรเลียเคยเป็นดินแดนอาณานิคม โดยถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ และได้มีการพัฒนา เปลี่ยนแปลงรูปแบบมาเรื่อยๆ จนในที่สุดดินแดนอาณานิคมต่างๆ ก็ได้รวมตัวกันเป็นประเทศ ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก แบ่งออกเป็น 6 รัฐและ 2 มณฑลแต่ยังมีมณฑลเล็กๆนอกประเทศ ออกไปอีกหลายมณฑล คาดกันว่า ชาวพื้นเมืองอะบอริจินได้ครอบครองประเทศออสเตรเลีย มาเป็นเวลานานกว่า 60,000 ปี และสร้างวัฒนธรรมโลกที่ยาวนานที่สุด ต่อมาอังกฤษได้เข้ามาครอบครอง เพื่อใช้เป็นดินแดนสำหรับกักขังนักโทษ ประเทศออสเตรเลียเริ่มก่อตั้งเป็นระบบประเทศ ปกครองของตนเอง เมื่อปี ค.ศ.1901 แต่ยังคงดำรงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ในเครือจักรภพอังกฤษอยู่ ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ อย่างสันติสุขมาตลอด และยังเป็นประเทศที่มีรัฐบาลมั่นคงในทุกระดับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศที่อยู่อย่างสงบสันติสุขและมั่งคั่งเสมอมา
สภาพภูมิอากาศ
เนื่องด้วยประเทศออสเตรเลียมีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลจึงมีภูมิอากาศหลายแบบ โดยทั่วไปจะมีอากาศกำลังเย็นสบาย แต่สำหรับพื้นที่ในบริเสณที่ราบสูงและพื้นที่ในรัฐ Tasmania และบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ อากาศจะหนาวเย็นกว่า ส่วนทางด้านตอนเหนือของประเทศจะมีลักษณะอากาศทั่วไปใกล้เคียงกับเขตเอเชียและแปซิฟิก
ประเทศออสเตรเลียมี 4 ฤดูกาลดังนี้
ฤดูร้อน : ธ.ค.-ก.พ.
ฤดูใบไม้ร่วง : มี.ค.-พ.ค.
ฤดูหนาว : มิ.ย.-ส.ค.
ฤดูใบไม้ผลิ : ก.ย.-พ.ย.
เมืองหลวง
ประเทศออสเตรเลีย ประกอบไปด้วยรัฐ 6 รัฐ และเขตปกครองตนเอง 2 มณฑล คือ
| 1.มณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย |
เมืองหลวงคือ |
Canberra |
| 2.รัฐนิวเซาท์เวลส์ |
เมืองหลวงคือ |
Sydney |
| 3.มณฑลตอนเหนือ |
เมืองหลวงคือ |
Darwin |
| 4.รัฐควีนส์แลนด์ |
เมืองหลวงคือ |
Brisbane |
| 5.รัฐเซาท์ออสเตรเลีย |
เมืองหลวงคือ |
Adelaide |
| 6.รัฐทัสเมเนีย |
เมืองหลวงคือ |
Hobart |
| 7.รัฐเวสเทอร์นออสเตรเลีย |
เมืองหลวงคือ |
Perth |
| 8.รัฐวิกตอเรีย |
เมืองหลวงคือ |
Melbourne |
รูปแบบการปกครอง
ประเทศออสเตรเลียปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยและเป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ มีรูปแบบการปกครองระบบสหพันธรัฐ โดยมีการจัดแบ่งรัฐบาลออกเป็น 3 ระดับ คือ รัฐบาลสหพันธรัฐ รัฐบาลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่น
ผู้นำรัฐบาล
มีสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำบริหารประเทศ ซึ่งปัจจุบันมี Mr.Kevin Michale Rudd เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง (ตั้งแต่ 3 ธันวาคม 2007)
ประชากร
ประเทศออสเตรเลียมีความหนาแน่นของประชากรเบาบางที่สุดด้วยประชากรทั้งหมดเพียงประมาณ 21 ล้านคนต่อพิ้นที่กว่า 7 ล้านตารางกิโลเมตร ประชากรที่เริ่มอพยพเข้ามา ส่วนใหญ่มาจากประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์
ด้านการท่องเที่ยว
ประเทสออสเตรเลียมีสายพันธุ์พืชและสัตว์แตกต่างจากประเทศอื่นๆและมีสายพันธุ์ที่โดดเด่นออกไปทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ นก ต้นไม้และพันธุ์พืชตระกูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมีกีฬาออสซี่รูลส์ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติที่มีความน่าตื่นเต้น รวมทั้งฟุตบอล คริกเก็ต ฯลฯ อีกด้วย ประเทศออสเตรเลียมีหอศิลป์ตั้งแต่ขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็กกระจายอยู่เกือบทุกแห่ง ส่วนทางด้านภาพยนตร์ ประเทสออสเตรเลียเริ่มเข้าสู่วงการภาพยนตร์พร้อมๆกับประเทศอื่นๆในยุโรปเลยทีเดียว โรงละครและการเต้นรำแนวร่วมสมัยจะมีอยู่ทั่วประเทศเหมือนกับสิ่งอื่นๆในออสเตรเลีย ศิลปะการแสดงในออสเตรเลียเป็นการผสมผสานกันอย่างมีเสน่ห์และน่าทึ่งระหว่างศิลปะนานาชาติ ศิลปะร่วมสมัยของออสเตรเลีย และศิลปะพื้นเมือง ละครตลกเบาสมองของออสเตรเลียจัดได้ว่าเป็นที่นิยมของชาวออสเตรเลียและชาวต่างชาติเช่นกัน
สกุลเงินตรา
ค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลีย สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายในการครองชีพ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตรมลักษณะของเมือง สถาบันการศึกษา ประเภทของหลักสูตร และระยะเวลาของหลักสูตร แต่หากดูโดยรวมแล้ว อัตราค่าใช้จ่ายของประเทศออสเตรเลียจะต่ำกว่าทั้งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา
ค่าครองชีพในออสเตรเลีย
ต่อไปนี้คือรายการค่าใช้จ่ายพอสังเขป สำหรับการครองชีพในออสเตรเลีย:
• ค่าแท็กซี่ เริ่มต้นที่ A$3.2 - A$3.5
• ค่าโทรศัพท์สาธารณะ ขั้นต่ำ 40 เซนต์
• ค่าบัตรโทรศัพท์ A$5, A$10, A$20, A$50
• ค่าส่งจดหมายภายในประเทศ ต้องติดแสตมป์ 50 เซนต์ (สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 250 กรัม)
• ค่าส่งจดหมายแบบ air mail ต้องติดแสตมป์ A$1.35 (สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 50 กรัม) c]t A$ 2.0 สำหรับเขตอื่นที่เหลือ
• ค่าส่งจดหมายแบบ aerogrammes ต่างประเทศ ต้องติดแสตมป์ A$1.10 ต่อ 1 aerogramme
ภาษี
นักศึกษาที่เข้ามาศึกษาในประเทศออสเตรเลีย ต้องทำเรื่องขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี(Tax File Number-TFN) และต้องยื่นเรื่องเสียภาษีเงินได้กับสำนักงานสรรพากร สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน A$ 6000 ต่อปีได้รับการยกเว้นภาษี หรือ tax-free threshold นอกจากนี้รัฐบาลออสเตรเลีย ได้ใช้ระบบการจัดเก็บภาษี General Goods and Service Tax หรือ GST จำนวน 10% ของราคาสินค้าและบริการ อย่างไรก็ดี ราคาสินค้าและบริการส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จะเป็นราคาที่ได้รวมภาษีในส่วนของ GST ไว้เรียบร้อยแล้ว หากไม่ได้มีการแจ้งไว้เป็นอย่างอื่น
สกุลเงินและมาตรการวัด
หน่วยเงินตราของประเทศออสเตรเลีย คือเหรียญของออสเตรเลีย หรือ A$ ซึ่ง 1 เหรียญ เท่ากับ 100 เซนต์ โดยมีค่าเงินต่างๆดังนี้
เหรียญ : 5 เซนต์, 10 เซนต์, 20 เซนต์, 50 เซนต์, A$1,A$2
ธนบัตร : A$5, A$10, A$20, A$50, A$100
ธนาคารและการแลกเปลี่ยนเงินตรา
บริการด้ารธนาคารในประเทศออสเตรเลียเป็นบริการที่มีการแข่งขันกันอย่างสูง มีกลุ่มธนาคารท้องถิ่นมากกว่า 20 กลุ่มและกลุ่มธราคารต่างชาติอีกมากมาย ธนาคารใหญ่ๆทั้งหมดสาขาในเมืองใหญ่และตามศูนย์ส่วนภูมิภาค โดยทั่วไปแล้ว เวลาทำการของธนาคารคือ วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9.30 น.-16.00น. และวันศุกร์ตั้งแต่เวลา 9.30-17.00 น. นอกจากนี้ ธนาคารบางแห่งยังเปิดทำการวันเสาร์ตอนเช้าด้วยเช่นกัน และจะปิดในวันอาทิตย์และวันหยุด
ธนาคารและเครื่องบริการเงินฝากถอนเงินอัตโนมัติ(ATM)
เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine-ATM) ก็จะมีอยู่ตามศูนย์การค้าทั่วไป ซึ่งจะสามารถใช้ฝากเงินและถอนเงินได้ตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการชำระเงินแบบ Electronic Funds Transfer at point of sale-EFTPOS ตามร้านค้าใหญ่ๆ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายของเฉพาะอย่างหลายแห่ง ซึ่งสามารถถอนเงินสดเพิ่มเติมได้เมื่อซื้อสินค้า เมื่อเปิดบัญชีธนาคารในออสเตรเลีย นักศึกษาจำเป็นต้องแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี หรือ Tax File Number กับทางธนาคารด้วยเช่นกัน โดยจะถูกหักภาษีในอัตราสูงที่สุด จากรายได้ในส่วนดอกเบี้ยที่ได้รับจากธนาคาร ซึ่งหากรายได้รวมต่อปีต่ำกว่ายอดที่กำหนด ก็สามารถขอรับคืนได้โดยการยื่นแบบฟอร์มประจำปี
ที่พักอาศัย
1. ที่พักประเภทอยู่กับครอบครัวชาวออสเตรเลีย หรือ อยู่ฟาร์ม (Homestay และ Farmstay) ประมาณสัปดาห์ละ A$ 110-A$270
การพักอาศัยกับครอบครัวชาวออสเตรเลีย นับเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับช่วงเดือนแรกของการไปศึกษา เพราะนักศึกษาจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ การพักกับครอบครัว จะทำให้นักศึกษามีผู้ดูแล อำนวยความสะดวก แนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิต สถานที่สำคัญต่างๆ วิธีการเดินทางและอื่นๆ ที่สำคัญคือ ทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษจากการใช้ชีวิตจริง
2. ที่พักแบบโฮสเทลส์ และเกสท์เฮาส์ (Hostels และ Guest Houses) ประมาณสัปดาห์ละ A$80-135A$
โดยทั่วไป ที่พักประเภทบ้านเช้านั้น ดำเนินการโดยองค์กรต่างๆ เช่น Youth Hostels Australia (YMCA) ที่พักประเภทนี้ นักศึกษาจะต้องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกัน ส่วนใหญ่แล้วที่พักประเภทนี้จะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าแบบพักกันแบบครอบครัว แต่เมื่อคิดรวมเรื่องอาหารแล้ว จะพบว่าที่พักแบบ hostel จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบพักกับครอบครัวประมาณ 20% แต่นักศึกษาจะมีความอิสระมากกว่า
3. ที่พักประเภทเช่าอาศัยอยู่ร่วมกัน(Shared Accommodation) ประมาณสัปดาห์ A$50-A$160 ที่พักประเภทเช่า (Rental Accommodation) ประมาณสัปดาห์ละ A$70A$350
หลังจากได้เข้าเรียนมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว นักศึกษาส่วนมากจะเลือกใช้บริการที่พักประเภทนี้ในระยะยาว เนื่องจากจะประหยัดและเป็นอิสระมากกว่า และสามารถเลือกเพื่อนร่วมเช่าบ้านได้เอง
4. ที่พักในโรงเรียนประจำ(Boarding Schools) ประมาณปีละ A$8000-A$11000
โรงเรียนมัธยมศึกษาของเอกชนส่วนมาก มีห้องพัก พร้อมดูแลเรื่องอาหาร และซักรีด สำหรับนักเรียนต่างชาติ (หมายเหตุ : สำหรับโรงเรียนประจำประเภทนี้ นักเรียนจะต้องเสียค่าเล่าเรียนเพิ่มเติมจากค่าหอพัก)
5. ที่พักในมหาวิทยาลัยประมาณสัปดาห์ละ A$80-A$250
มหาวิทยาลัยส่วนมาก จะมีที่พักหลายประเภท ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย หรือบริเวณใกล้ๆ กับวิทยาเขต ซึ่งปกติจะมีค่าเช่าถูกและเป็นทางเลือกที่นิยมมากในหมู่นักศึกษาต่างชาติ ที่เรียนหลักสูตรแบบเต็มเวลา ส่วนค่าเช่าจะแตกต่างกันไป ตามประเภทของที่พัก
6. ที่พักประเภท residential colleges
ที่พักประเภทนี้จะจัดอาหาร ทำความสะอาด และดูแลที่พักให้ พร้อมรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬา และสังคม การสอนเสริม ห้องสมุด และโดยปกติจะมีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ด้วย แต่ค่าเช่าประเภทนี้จะค่อนข้างแพง
7. ที่พักประเภท halls of residence
ที่พักประเภทนี้ตั้งอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัยหรือบริเวณใกล้ๆ ซึ่งราคาจะถูกกว่าที่พักประเภท residential colleges ปกติทางที่พักจะจัดอาหาร และดูแลความสะอาดให้ ที่พักประเภทนี้จะรับเฉพาะนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรแบบเต็มเวลาเท่านั้น
8. ที่พักประเภทแยกชายหญิง
ปกติแล้วโรงเรียนประจำของมหาวิทยาลัย นักศึกษาจะแบ่งห้องกับเพื่อนเพศเดียวกันอยู่แล้ว แต่โดยทั่วไปที่พักทุกประเภท นักศึกษาสามารถระบุได้อีกว่าต้องการจะร่วมห้องกับชายหรือหญิง เท่านั้น สำหรับบ้านเช่าเอกชน ผู้ประกาศให้เช่าจะให้อิสระแก่ผู้เช่าในการระบุความต้องการว่าจะเช่าร่วมกับเพศใดด้วย
ทำไมเลือกศึกษาต่อ ณ ประเทศออสเตรเลีย
1. ความเป็นเลิศ
ดังเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า มหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย มีชื่อเสียงระดับนานาชาติทางด้านความเป็นเลิศในหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ ทั้งทางด้านวิชาการ และ เชิงปฏิบัติ เหล่าคณาจารย์ผู้สอนล้วนแต่ได้รับการคัดเลือกมาจากทั่วโลกและเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าในสาขาของตน พร้อมประสบการณ์อันยาวนานในการดูแลนักศึกษาจากประเทศอื่น นอกจากนี้ประเทศออสเตรเลียยังมีชื่อเสียงในการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ตลอดเวลาอีกด้วย
2. คุณวุฒิทางการศึกษาที่ได้รับการรับรอง
คุณวุฒิทางการศึกษาของออสเตรเลียเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยหลักสูตรและการฝึกอบรมส่วนใหญ่ จะอยู่ภายใต้กรอบคุณวุฒิทางการศึกษาของออสเตรเลีย (The Australian Qualifications Framework-AQF) ซึ่งเป็นระบบการศึกษาแห่งชาติที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลออสเตรเลีย และเป็นที่ยอมรับทั่วไปทั้งในประเทศออสเตรเลียและประเทศอื่นๆ
3. การรับรองคุณภาพ
สถาบันการศึกษาจะต้องจดทะเบียนกับรัฐบาลออสเตรเลียและมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขพิเศษของการจดทะเบียน เพื่อให้เป็นผู้จัดสอนหลักสูตรต่างๆให้นักศึกษาต่างชาติได้ นอกจากนี้ยังมีองค์กรต่างๆมากมาย ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกระบวนการรับรองคุณวุฒิทางการศึกษา และการรับรองคุณภาพที่มีอยู่ทั่วประเทศออสเตรเลีย รวมถึงกฎหมายต่างๆที่มีข้อกำหนดในการดูแลนักศึกษาต่างชาติเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่านักศึกษาต่างชาติจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดีเมื่อมาศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย
4. ปลอดภัย สังคมที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย
ประเทสออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย มีผู้คนที่มาพำนักอาศัยมากกว่า 100 เชื้อชาติ ทั้งยังเป็นสังคมที่ปลอดภัยและมีความเป็นมิตร เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการไปศึกษาต่อและท่องเที่ยวในประเทสที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ประเทศออสเตรเลียมีอัตราการเกิดอาชญากรรมและความผันผวนทางการเมืองต่ำมาก ทั้งยังมีสิ่งแวดล้อมที่มีความปลอดภัยสูง และมีผู้คนที่เป็นคนเปิดเผยและมีความเป็นมิตร
5. คุ้มค่าเงิน
โดยทั่วไปแล้วค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนในการไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย จะถูกกว่าในประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ในขณะที่เป็นประเทศหนึ่งในกลุ่มประเทศที่มีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีที่สุดในโลกประเทศหนึ่งด้วย นอกจากนี้นักศึกษายังสามารถสมัครขออนุญาตทำงานแบบ part-time ได้ถึง 20 ชั่วโมงตลอดช่วงระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย
6. ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก
มีนักศึกษาต่างชาติจำนวนมากมายจากประเทศต่างๆกว่า 80 ประเทศทั่วโลกเลือกที่จะไปศึกษาต่อในหลักสูตรภาษาอังกฤษที่ประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากสถาบันสอนภาษาทุกแห่งมีมาตรฐานการเรียนการสอนที่หลักสูตรภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ National ELICOS Accreditation Scheme (NEAS) และรัฐบาล เหล่าคณาจารย์ผู้สอน ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและคุณวุฒิตรงตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้
7. บริการให้ความสนับสนุนสำหรับนักศึกษา ประเทศออสเตรเลียเป็นผู้นำในด้านการให้ความคุ้มครอง และบริการต่างๆแก่นักศึกษานานาชาติ ตั้งแต่การสนับสนุนและให้บริการตรวจตราดูแล เพื่อช่วยเหลือทั้งด้านการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ การดำเนินชีวิตในประเทศออสเตรเลีย จนถึงการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ
ระบบการศึกษาของออสเตรเลีย
ในระดับมัธยมศึกษา การเรียนการสอนจะให้ความสำคัญทั้งทางด้านวิชาการ และกิจกรรมอื่นๆที่เป็นประโยชน์ โดยที่สถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง จะเป็นผู้กำหนดวิธีการประเมินผลการเรียนของนักเรียนขึ้นเอง แต่สำหรับในปีสุดท้ายของการเรียน นักเรียนจะได้รับผลประเมินการเรียนแบบรวม ที่มาจากผลสอบภายในโรงเรียน และผลการสอบข้อสอบรวมภายนอก ส่วนสำหรับหลักสูตรของสถาบันการศึกษา และฝึกอบรมสายอาชีพ วิทยาลัยเอกชน การเรียนการสอนและรูปแบบการประเมินผล จะมีความหลากหลายแตกต่างกันไป เมื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย นักศึกษาจะได้รับการส่งเสริม ให้รู้จักการรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยตนเองหรือเป็นกลุ่ม การตั้งคำถาม การพัฒนาข้อโต้แย้งอย่างมีเหตุผล และการมีส่วนร่วมในการอภิปราย และโต้เวทีกับเพื่อนนักศึกษา ทำให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง และมีบทบาทมากกว่าการเรียนจากการนั่งฟังคำบรรยาย
คุณภาพการศึกษาสูง
ประเทศออสเตรเลียกลายเป็นประเทศที่นักศึกษาต่างชาตินิยมไปเรียนประเทศหนึ่ง เนื่องจากหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับบัณฑิตศึกษา ระดับอาชีวศึกษา เทคนิคและระดับโรงเรียนออสเตรเลียมีคุณภาพดีหาที่ไหนเทียบไม่ได้
เศรษฐกิจของออสเตรเลีย
รายได้หลักของประเทศออสเตรเลีย การทำเหมืองแร่และภาคเกษตรกรรม ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สามารถหารายได้เข้าประเทศได้มาก ประเทศออสเตรเลียมีตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ ซึ่งทำให้ประเทศออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกขนแกะรายใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงการส่งออกสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาเลย์ น้ำตาล ถ่าน และ แร่เหล็ก และส่งออกให้กับประเทศภาคพื้นเอชัย การศึกษาถือเป็นการนำรายได้เข้าประเทศออสเตรเลียได้มาก เป็นลำดับที่สามในบรรดาอุตสาหกรรมส่งออกของออสเตรเลียทั้งหมด ซึ่งทำให้การศึกษาของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือว่าเป็นประเทศใหม่ มีคุณภาพเทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ ที่เคยเป็นที่นิยมของนักศึกษาต่างชาติมาก่อน ประเทศออสเตรเลียได้พยายามปรับปรุงธุรกิจส่งออก โดยเฉพาะในด้านการผลิตและการบริการ
ทุนการศึกษาของนักเรียนต่างชาติ
ทุนการศึกษาส่วนใหญ่ที่ให้นักศึกษาต่างชาติ ซึ่งมาจากรัฐบาลออสเตรเลียและสถาบันการศึกษาต่างๆ มักเป็นทุนเพื่อให้เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และมักเป็นทุนแบบให้เต็ม ดังนั้นจึงมีการแข่งขันอย่างมากสำหรับทุนนักศึกษาต่างชาติ นักศึกษาสามารถยื่นใบสมัครขอรับทุนได้ทั้งจากรัฐบาลออสเตรเลีย สถาบันการศึกษา รวมถึงหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ สำหรับทุนการศึกษาที่ให้จะครอบคลุมสาขาวิชา และประเถทที่กว้างมาก ซึ่งรวมถึงการศึกษาระดับวิทยาลัย เทคนิค วิชาชีพ นักเรียนแลกเปลี่ยน ระดับปริญญาและสูงกว่าทั้งแบบลงเรียนและแบบทำวิจัย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอกโดยการทำวิจัย โดยผู้สนใจสามารถทำการติดต่อกับสถาบันการศึกษานั้นๆได้โดยตรง แต่ไม่มีทุนสำหรับหลักสูตรการเรียนหรือฝึกภาษาอังกฤษ แต่ทุนเรื่องภาษาอังกฤษอาจจะมีบ้างจากแต่ละสถาบันการศึกษากำหนดเอง ผู้ที่ต้องการทราบรายละเอียดสามารถสอบถามและติดต่อได้จาก สำนักงาน ก.พ. หรือ สถานฑูตออสเตรเลีย
หลักสูตรการศึกษาของประเทศออสเตรเลีย
1. หลักสูตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา(Primary and Secondary Education)
-การศึกษษระดับประถมศึกษา (1-6 ปี) และระดับมัธยมศึกษา (7-12 ปี)
-โรงเรียนให้การดูแลนักเรียนในทุกๆด้านเป็นอย่างดีทั้งสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
-มีครูที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดีมีประสบการณ์สูง ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
2. หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (ELICOS)
- หลักสูตรภาษาอังกฤษที่เปิดสอนในประเทศออสเตรเลียมีชื่อว่า English Language Intensive Courses for Overseas Students (ELICOS) ซึ่งหมายถึง หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรดที่เปิดสอนสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ
- การจัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษโดยทั่วไปจะจัดแยกไว้เป็นระดับต่างๆ คือ Beginner,Elementary,Lower-intermidiate,Intermediate,Upper-intermediate และ Advanced
-สถาบันสอนภาษาในประเทศออสเตรเลีย จะถูกกำหนดโดย NEAS ให้มีรูปแบบการเรียนแบบเต็มเวลา ที่มีการเรียนการสอนสัปดาห์ละ 25 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
ประเภทของหลักสูตรภาษาอังกฤษมีดังนี้
- English for Academic Purposes
- General English
- English for Specific Purposes
- Academic Orientation Program
- Direct Entry English Program (DEEP)
- English for Business
- English Test Preparation Program
- English for High School Preparation
- English and Recreation ,Study tour/Holiday English
- Teacher English as a Second Language Program
- English and Work Experience/Internship
- International School Year/Semester
3. หลักสูตรเตรียมพื้นฐานก่อนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา (Foundation Studies)
- เป็นการปูพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่ประเทศออสเตรเลียได ้(สำหรับนักศึกษาที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไขในการเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรระดับปริญญาตรีโดยตรง)
- มีการเปิดสอนทั้งในโรงเรียน สถาบันการศึกษา และฝึกอบรมสายอาชีพและมหาวิทยาลัยต่างๆหลายแห่ง
- ใช้เวลาเรียน 6เดือน-1ปี
- มีการเปิดรับนักศึกษาปีละ 2 ครั้ง คือต้นปีและกลางปี ยกเว้นบางแห่งอาจเปิดรับปีละ 1 ครั้ง
4. หลักสูตรระดับการฝึกอบรมสายอาชีพ (Vocational Education and Training)
- เป็นหลักสูตรที่เน้นให้ความสำคัญกับภาคปฏิบัติมากกว่าหลักสูตรที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัย
แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบคือ
- วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่องของรัฐบาล(Technical And Further Education-TAFE)
- วิทยาลัยเอกชน(Private College)
- วุฒิการศึกษาของระดับอาชีวศึกษาและฝึกอบรม สามารถแบ่งออกเป็นระดับต่างๆดังนี้
- ประกาศนียบัตร1-4(Certificates I-IV)
- อนุปริญญา(Diploma)
- อนุปริญญาขั้นสูง(Advanced Diploma)
5. หลักสูตรระดับอุดมศึกษา(มหาวิทยาลัย)
- ให้ความสำคัญกับคุณภาพการเรียนการสอน วิทยาการใหม่ๆ ความต้องการของตลาดแรงงาน และความหลากหลายของหลักสูตร
- วุฒิการศึกษาในระดับอุดมศึกษา สามารถจัดออกเป็นระดับต่างๆได้ดังนี้
- ปริญญาตรี(Bachelor Degree)
- ปริญญาตรีเกียรตินิยม(Bachelor Degree with Honours)
- ประกาศนียบัตรบัณฑิต(Graduate Certificate)
- อนุปริญญาโท(Graduate Diploma)
- ปริญญาโท(Master Degree)
ปริญญาเอก(Doctoral Degree)
ขั้นตอนการสมัครเข้าศึกษา
เมื่อพิจารณาเลือกสถาบันการศึกษาได้แล้ว นักศึกษาสามารถติดต่อไปยังสถาบันนั้นๆได้โดยตรงเพื่อขอใบสมัคร อย่างไรก็ดีสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้มักมีเอกสารให้ download ใน website ได้
โดยทั่วไปแล้วเอกสารประกอบการรับสมัครจะรวมถึง
1. ค่าสมัคร
2. หลักฐานเกี่ยวกับการศึกษาที่ผ่านมา(เป็นภาษาอังกฤษ)
3. หลักฐานความสามาถในการใช้ภาษาอังกฤษ(TOFEL/IELTS)
4. เอกสารเกี่ยวกับการทำงานที่ผ่านมา
5. จดหมายรับรองจากอาจารย์ผู้สอน/อาจารย์ที่ปรึกษา 2-3 ท่าน
6. เรียงความประวัติส่วนตัวของนักเรียน
7. หัวข้องานวิจัย(กรณีต้องการสมัครหลักสูตรงานวิจัย)
หลักสูตร |
ค่าเล่าเรียนต่อปี |
หลักสูตรปูพื้นฐานก่อนเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี |
A$9000-A$14000 |
หลักสูตรระดับปริญญาตรี(Bachelor Degree)
- สาขาศิลปศาสตร์บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และนิติศาสตร์
- สาขาทางการปฏิบัติการในห้องทดลอง (วิทยาศาสตร์/วิศวกรรม) |
A$10000-A$13500
A$11000-A$16500 |
หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา
-Graduate Certificate
-Graduate Diploma
-Master Degree
-ปริญญาเอก
-MBA |
A$9000-A$16000
A$9000-A$16000
A$11000-A$18500
A$11000-A$18500
A$12000-A$55000
|
หลักสูตรการศึกษาและฝึกอบรมสายอาชีพ(VET) |
A$5500-A$18000 |
หลักสูตรระดับมัธยมศึกษา
- มัธยมศึกษาตอนปลาย
- ประถมและมัธยมศึกษาตอนต้น |
A$6000-A$13000
A$5000-A$11000 |
หลักสูตรภาษาอังกฤษ
ขึ้นอยู่กับหลักสูร ระยะเวลา สถาบัน |
A$3500-A$13500 |
การทำงานระหว่างการศึกษา
ในขณที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย นักศึกษษสามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และในช่วงปิดภาคเรียนสามารถทำงานได้แบบเต็มเวลา นักศึกษาที่ขอวีซ่านักเรียน จะได้รับสิทธิในการทำงานระหว่างการศึกษาเล่าเรียนได้โดยอัตโนมัติ การหางานทำในประเทศออสเตรเลีย ไม่ใช่เรื่องที่ยาก การทำงานนอกเวลาตามร้านค้าหรือบริการต่างๆทั้งในรูปแบบภัตตาคารหรือศูนย์การค้า ค่าจ้างที่ได้รับจะอยู่ในช่วง A$8-A$16 ต่อชั่วโมงขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน ระดับความรับผิดชอบ ช่วงเวลาของการทำงาน และอายุของนักศึกษา นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติยังต้องทำเรื่องขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี(Australian Tax File Number) ด้วย สำหรับการชำระภาษีรายได้จากการทำงาน
ดังนั้นเมื่อนักศึกษาเรียนสำหรับในหลักสูตรที่ต้องการแล้ว นักศึกษาจะต้องเดินทางออกไปจากประเทศออสเตรเลียซึ่งเป็นเงื่อนไขข้อหนึ้งของการถือวีซ่านักเรียน ดังนั้นนักศึกษาต้องพิจารณาว่าต้องการศึกษาในหลักสูตรใดอีกต่อไปหรือไม่ และถ้าไม่ต้องการศึกษาในหลักสูตรใดอีกต่อไปแล้ว ก็ต้องเดินทางออกจากประเทศออสเตรเลียภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวีซ่า
วีซ่านักเรียน
การยื่นขอวีซ่าจะพิจารณาตามระยะเวลาของการเรียน ในกรณีที่ลงทะเบียนเรียนต่ำกว่า 90 วันสามารถยื่นขอวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยวได้ แต่ถ้าต้องการเรียนแบบเต็มเวลาเป็นระยะเวลามากกว่า 90 วันจะต้องยื่นใบสมัครขอวีซ่านักเรียน
1. การยื่นวีซ่าด้วยตนเองในแบบปกติ
หลักฐานที่ต้องใช้มีดังนี้
- แบบฟอร์ม 157A ซึ่งกรอกและลงนามโดยสมบูรณ์
- ต้นฉบับเอกสารยืนยันการตอบรับจากสถาบันการศึกษาที่ได้สมัครไว้
- หนังสือเดินทางของผู้สมัครขอวีซ่าทุกคน
- รูปถ่ายสีหรือขาวดำขนาด1-2 นิ้วจำนวน 1 รูป
- ต้นฉบับพร้อมสำเนาเอกสารรับรองการศึกา เอกสารรับรองผลการเรียน ซึ่งรวมถึงประกาศนียบัตรการเข้าอบรมวิชาต่างๆและใบแสดงผลการเรียน
- ใบรับรองฐานะการเงินพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องจากธนาคารสำเนาบัญชีสมุดเงินฝากพร้อมตัวจริงย้อนหลัง 6 เดือน
- เอกสารยืนยันตัวบุคคล ได้แก่ บัตรประชาชน หรือ สูติบัตร เอกสารทะเบียนบ้านของผู้สมัคร ต้นฉบับพร้อมสำเนา
- จดหมายรับรองการทำงาน(หากมีประวัติการทำงาน)
- หลักฐานของการจ่ายค่าประกันสุขภาพของนักเรียน
- หลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครและผู้รับรองฐานะทางการเงิน
2. การยื่นวีซ่าด้วยตนเองแบบวีซ่านักเรียนอิเล็กทรอนิกส์
สิ่งที่จำเป็นสำหรับการยื่นวีซ่าด้วยตนเองแบบวีซ่านักเรียนอิเล็กทรอนิกส์
- ต้องเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก(ใบสมัครประเภทเกณฑ์พิจารณาระดับ 1)
- ต้องอยู่ในประเทศออสเตรเลีย
- ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- ต้องมีเอกสารอิเล็กทรอนิคซึ่งยืนยันการตอบรับจากสถาบันการศึกษาไ(eCoE)
- ไม่สามารถยื่นสมัครล่วงหน่านานเกินกว่า 90 วันก่อนที่หลักสูตรการศึกษาของท่านจะเริ่ม
- สามารถยื่นใบสมัครได้สำหรับตัวท่านเองเท่านั้น
สิทธิการทำงานของเด็กต่างชาติ ในประเทศออสเตรเลีย
|
ชื่อ visa : Student visa
ค่า visa : 540 ดอลลาร์ออสเตเลีย (500 ดอลลาร์สหรัฐ)
ค่าใบอนุญาตการทำงาน : รวมแล้ว
อนุญาตให้ทำงานได้โดยอัตโนมัต ิ : ใช่
เวลาการทำงาน : 20 ชม./สัปดาห์
วันหยุด : เต็มเวลา
วันคริสต์มาส : เต็มเวลา
ระยะเวลาขั้นต่ำของ visa : ไม่จำกัด
ข้อจำกัดอื่น : -
|
|