Saturday, 04 September 2010 03:43 am.
Work and Travel Study Abroad
TRUST IEO : T= Testimonial R= Responsibility U= U are our life S= System Service Support T= Truth สถาบันแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ โครงการที่อยู่ในความดูแล, Work and Travel, Career Training, Internship, Work and Study, Counselling, Student Exchange, Au Pair ... ขอบคุณที่เชื่อมั่นและไว้ใจให้เราเป็นผู้ดูแลคุณ ...
Study Abroad

IEO Study Abroad

Study Abroad Home Contact us

สถาบันแนะแนวการศึกษาต่อและทำงานต่างประเทศ

Apply Online Apply Online Test Online Work & Travel 2009
คลิ๊ก Icon คุยกับเจ้าหน้าที่ผ่านทาง LiveChat
Call Center : 0-2650-3532-3
Hotline : 0-8900-63218 (24 Hrs.)
เปิดทำการทุกวัน : 9:00 น. - 17:30 น.
Au PairInternshipStudy AbroadMBAWork and StudyStudent ExchangeWork and Travel
Australia
ข้อมูลน่ารู้ประเทศ Australia

ข้อมูลทั่วไปประเทศ Australia
ที่พักอาศัย
ทำไมเลือกศึกษาต่อ ณ. ประเทศออสเตรเลีย
ระบบการศึกษาของออสเตรเลีย
เศรษฐกิจของออสเตรเลีย
ทุนการศึกษาของนักเรียนต่างชาติ
หลักสูตรการศึกษา ของประเทศออสเตรเลีย
การทำงานระหว่างการศึกษา
สิทธิการทำงานของเด็กต่างชาติ ในประเทศออสเตรเลีย

 

ข้อมูลทั่วไปประเทศ Australia

ประวัติศาสตร์ เดิมประเทศออสเตรเลียเคยเป็นดินแดนอาณานิคม โดยถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ และได้มีการพัฒนา  เปลี่ยนแปลงรูปแบบมาเรื่อยๆ  จนในที่สุดดินแดนอาณานิคมต่างๆ ก็ได้รวมตัวกันเป็นประเทศ  ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก  แบ่งออกเป็น 6 รัฐและ 2 มณฑลแต่ยังมีมณฑลเล็กๆนอกประเทศ ออกไปอีกหลายมณฑล  คาดกันว่า ชาวพื้นเมืองอะบอริจินได้ครอบครองประเทศออสเตรเลีย มาเป็นเวลานานกว่า  60,000 ปี และสร้างวัฒนธรรมโลกที่ยาวนานที่สุด ต่อมาอังกฤษได้เข้ามาครอบครอง เพื่อใช้เป็นดินแดนสำหรับกักขังนักโทษ ประเทศออสเตรเลียเริ่มก่อตั้งเป็นระบบประเทศ ปกครองของตนเอง เมื่อปี ค.ศ.1901  แต่ยังคงดำรงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ในเครือจักรภพอังกฤษอยู่  ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ อย่างสันติสุขมาตลอด  และยังเป็นประเทศที่มีรัฐบาลมั่นคงในทุกระดับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศที่อยู่อย่างสงบสันติสุขและมั่งคั่งเสมอมา

สภาพภูมิอากาศ
เนื่องด้วยประเทศออสเตรเลียมีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลจึงมีภูมิอากาศหลายแบบ โดยทั่วไปจะมีอากาศกำลังเย็นสบาย  แต่สำหรับพื้นที่ในบริเสณที่ราบสูงและพื้นที่ในรัฐ Tasmania และบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ  อากาศจะหนาวเย็นกว่า  ส่วนทางด้านตอนเหนือของประเทศจะมีลักษณะอากาศทั่วไปใกล้เคียงกับเขตเอเชียและแปซิฟิก
ประเทศออสเตรเลียมี 4 ฤดูกาลดังนี้
ฤดูร้อน : ธ.ค.-ก.พ.
ฤดูใบไม้ร่วง : มี.ค.-พ.ค.
ฤดูหนาว :  มิ.ย.-ส.ค.
ฤดูใบไม้ผลิ : ก.ย.-พ.ย.

เมืองหลวง
ประเทศออสเตรเลีย  ประกอบไปด้วยรัฐ 6 รัฐ และเขตปกครองตนเอง 2 มณฑล คือ

1.มณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย เมืองหลวงคือ Canberra
2.รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมืองหลวงคือ Sydney
3.มณฑลตอนเหนือ เมืองหลวงคือ Darwin
4.รัฐควีนส์แลนด์ เมืองหลวงคือ Brisbane
5.รัฐเซาท์ออสเตรเลีย เมืองหลวงคือ Adelaide
6.รัฐทัสเมเนีย เมืองหลวงคือ Hobart
7.รัฐเวสเทอร์นออสเตรเลีย เมืองหลวงคือ Perth
8.รัฐวิกตอเรีย เมืองหลวงคือ Melbourne

รูปแบบการปกครอง
ประเทศออสเตรเลียปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยและเป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ  มีรูปแบบการปกครองระบบสหพันธรัฐ  โดยมีการจัดแบ่งรัฐบาลออกเป็น 3 ระดับ  คือ รัฐบาลสหพันธรัฐ  รัฐบาลรัฐ  และรัฐบาลท้องถิ่น

ผู้นำรัฐบาล
มีสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษเป็นประมุข  และมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำบริหารประเทศ  ซึ่งปัจจุบันมี Mr.Kevin Michale Rudd เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง (ตั้งแต่ 3 ธันวาคม 2007)

ประชากร
ประเทศออสเตรเลียมีความหนาแน่นของประชากรเบาบางที่สุดด้วยประชากรทั้งหมดเพียงประมาณ 21 ล้านคนต่อพิ้นที่กว่า 7 ล้านตารางกิโลเมตร  ประชากรที่เริ่มอพยพเข้ามา  ส่วนใหญ่มาจากประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์

ด้านการท่องเที่ยว
ประเทสออสเตรเลียมีสายพันธุ์พืชและสัตว์แตกต่างจากประเทศอื่นๆและมีสายพันธุ์ที่โดดเด่นออกไปทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ นก ต้นไม้และพันธุ์พืชตระกูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมีกีฬาออสซี่รูลส์ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติที่มีความน่าตื่นเต้น รวมทั้งฟุตบอล คริกเก็ต ฯลฯ อีกด้วย ประเทศออสเตรเลียมีหอศิลป์ตั้งแต่ขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็กกระจายอยู่เกือบทุกแห่ง  ส่วนทางด้านภาพยนตร์ ประเทสออสเตรเลียเริ่มเข้าสู่วงการภาพยนตร์พร้อมๆกับประเทศอื่นๆในยุโรปเลยทีเดียว  โรงละครและการเต้นรำแนวร่วมสมัยจะมีอยู่ทั่วประเทศเหมือนกับสิ่งอื่นๆในออสเตรเลีย    ศิลปะการแสดงในออสเตรเลียเป็นการผสมผสานกันอย่างมีเสน่ห์และน่าทึ่งระหว่างศิลปะนานาชาติ  ศิลปะร่วมสมัยของออสเตรเลีย และศิลปะพื้นเมือง  ละครตลกเบาสมองของออสเตรเลียจัดได้ว่าเป็นที่นิยมของชาวออสเตรเลียและชาวต่างชาติเช่นกัน

สกุลเงินตรา
ค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลีย  สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ  คือค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายในการครองชีพ  ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตรมลักษณะของเมือง  สถาบันการศึกษา   ประเภทของหลักสูตร  และระยะเวลาของหลักสูตร  แต่หากดูโดยรวมแล้ว  อัตราค่าใช้จ่ายของประเทศออสเตรเลียจะต่ำกว่าทั้งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา

ค่าครองชีพในออสเตรเลีย
ต่อไปนี้คือรายการค่าใช้จ่ายพอสังเขป สำหรับการครองชีพในออสเตรเลีย:
• ค่าแท็กซี่ เริ่มต้นที่ A$3.2 - A$3.5
• ค่าโทรศัพท์สาธารณะ ขั้นต่ำ 40 เซนต์
• ค่าบัตรโทรศัพท์ A$5, A$10, A$20, A$50
• ค่าส่งจดหมายภายในประเทศ  ต้องติดแสตมป์ 50 เซนต์ (สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 250 กรัม)
• ค่าส่งจดหมายแบบ air mail  ต้องติดแสตมป์ A$1.35 (สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 50  กรัม) c]t A$ 2.0 สำหรับเขตอื่นที่เหลือ
• ค่าส่งจดหมายแบบ aerogrammes ต่างประเทศ  ต้องติดแสตมป์ A$1.10 ต่อ 1 aerogramme

ภาษี
นักศึกษาที่เข้ามาศึกษาในประเทศออสเตรเลีย ต้องทำเรื่องขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี(Tax File Number-TFN) และต้องยื่นเรื่องเสียภาษีเงินได้กับสำนักงานสรรพากร สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน A$ 6000 ต่อปีได้รับการยกเว้นภาษี หรือ tax-free threshold นอกจากนี้รัฐบาลออสเตรเลีย ได้ใช้ระบบการจัดเก็บภาษี General Goods and Service Tax หรือ GST จำนวน 10% ของราคาสินค้าและบริการ  อย่างไรก็ดี ราคาสินค้าและบริการส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จะเป็นราคาที่ได้รวมภาษีในส่วนของ GST ไว้เรียบร้อยแล้ว  หากไม่ได้มีการแจ้งไว้เป็นอย่างอื่น          

สกุลเงินและมาตรการวัด
หน่วยเงินตราของประเทศออสเตรเลีย คือเหรียญของออสเตรเลีย หรือ A$ ซึ่ง 1 เหรียญ เท่ากับ 100 เซนต์ โดยมีค่าเงินต่างๆดังนี้
เหรียญ : 5 เซนต์, 10 เซนต์, 20 เซนต์, 50 เซนต์, A$1,A$2
ธนบัตร : A$5, A$10, A$20, A$50, A$100

ธนาคารและการแลกเปลี่ยนเงินตรา
บริการด้ารธนาคารในประเทศออสเตรเลียเป็นบริการที่มีการแข่งขันกันอย่างสูง  มีกลุ่มธนาคารท้องถิ่นมากกว่า 20 กลุ่มและกลุ่มธราคารต่างชาติอีกมากมาย ธนาคารใหญ่ๆทั้งหมดสาขาในเมืองใหญ่และตามศูนย์ส่วนภูมิภาค  โดยทั่วไปแล้ว เวลาทำการของธนาคารคือ วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9.30 น.-16.00น. และวันศุกร์ตั้งแต่เวลา 9.30-17.00 น. นอกจากนี้ ธนาคารบางแห่งยังเปิดทำการวันเสาร์ตอนเช้าด้วยเช่นกัน และจะปิดในวันอาทิตย์และวันหยุด

ธนาคารและเครื่องบริการเงินฝากถอนเงินอัตโนมัติ(ATM)
เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine-ATM) ก็จะมีอยู่ตามศูนย์การค้าทั่วไป ซึ่งจะสามารถใช้ฝากเงินและถอนเงินได้ตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการชำระเงินแบบ Electronic Funds Transfer at point of sale-EFTPOS ตามร้านค้าใหญ่ๆ  ซุปเปอร์มาร์เก็ต  และร้านขายของเฉพาะอย่างหลายแห่ง  ซึ่งสามารถถอนเงินสดเพิ่มเติมได้เมื่อซื้อสินค้า  เมื่อเปิดบัญชีธนาคารในออสเตรเลีย  นักศึกษาจำเป็นต้องแจ้งหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี หรือ Tax File Number กับทางธนาคารด้วยเช่นกัน โดยจะถูกหักภาษีในอัตราสูงที่สุด  จากรายได้ในส่วนดอกเบี้ยที่ได้รับจากธนาคาร  ซึ่งหากรายได้รวมต่อปีต่ำกว่ายอดที่กำหนด  ก็สามารถขอรับคืนได้โดยการยื่นแบบฟอร์มประจำปี

ที่พักอาศัย

1. ที่พักประเภทอยู่กับครอบครัวชาวออสเตรเลีย  หรือ อยู่ฟาร์ม (Homestay และ Farmstay) ประมาณสัปดาห์ละ A$ 110-A$270
การพักอาศัยกับครอบครัวชาวออสเตรเลีย  นับเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับช่วงเดือนแรกของการไปศึกษา  เพราะนักศึกษาจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่  การพักกับครอบครัว จะทำให้นักศึกษามีผู้ดูแล  อำนวยความสะดวก  แนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิต  สถานที่สำคัญต่างๆ วิธีการเดินทางและอื่นๆ  ที่สำคัญคือ ทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษจากการใช้ชีวิตจริง

2. ที่พักแบบโฮสเทลส์  และเกสท์เฮาส์ (Hostels และ Guest Houses) ประมาณสัปดาห์ละ A$80-135A$
โดยทั่วไป ที่พักประเภทบ้านเช้านั้น  ดำเนินการโดยองค์กรต่างๆ เช่น Youth Hostels Australia (YMCA) ที่พักประเภทนี้  นักศึกษาจะต้องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกัน  ส่วนใหญ่แล้วที่พักประเภทนี้จะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าแบบพักกันแบบครอบครัว  แต่เมื่อคิดรวมเรื่องอาหารแล้ว จะพบว่าที่พักแบบ hostel จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบพักกับครอบครัวประมาณ 20% แต่นักศึกษาจะมีความอิสระมากกว่า

3. ที่พักประเภทเช่าอาศัยอยู่ร่วมกัน(Shared Accommodation) ประมาณสัปดาห์ A$50-A$160  ที่พักประเภทเช่า (Rental Accommodation) ประมาณสัปดาห์ละ A$70A$350
หลังจากได้เข้าเรียนมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว  นักศึกษาส่วนมากจะเลือกใช้บริการที่พักประเภทนี้ในระยะยาว  เนื่องจากจะประหยัดและเป็นอิสระมากกว่า และสามารถเลือกเพื่อนร่วมเช่าบ้านได้เอง

4. ที่พักในโรงเรียนประจำ(Boarding Schools) ประมาณปีละ A$8000-A$11000
โรงเรียนมัธยมศึกษาของเอกชนส่วนมาก  มีห้องพัก พร้อมดูแลเรื่องอาหาร และซักรีด สำหรับนักเรียนต่างชาติ (หมายเหตุ : สำหรับโรงเรียนประจำประเภทนี้ นักเรียนจะต้องเสียค่าเล่าเรียนเพิ่มเติมจากค่าหอพัก)

5. ที่พักในมหาวิทยาลัยประมาณสัปดาห์ละ A$80-A$250
มหาวิทยาลัยส่วนมาก จะมีที่พักหลายประเภท   ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย หรือบริเวณใกล้ๆ กับวิทยาเขต ซึ่งปกติจะมีค่าเช่าถูกและเป็นทางเลือกที่นิยมมากในหมู่นักศึกษาต่างชาติ  ที่เรียนหลักสูตรแบบเต็มเวลา   ส่วนค่าเช่าจะแตกต่างกันไป ตามประเภทของที่พัก

6. ที่พักประเภท residential colleges
ที่พักประเภทนี้จะจัดอาหาร ทำความสะอาด และดูแลที่พักให้ พร้อมรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬา และสังคม การสอนเสริม ห้องสมุด และโดยปกติจะมีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ด้วย แต่ค่าเช่าประเภทนี้จะค่อนข้างแพง

7. ที่พักประเภท halls of residence
ที่พักประเภทนี้ตั้งอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัยหรือบริเวณใกล้ๆ ซึ่งราคาจะถูกกว่าที่พักประเภท residential colleges ปกติทางที่พักจะจัดอาหาร และดูแลความสะอาดให้ ที่พักประเภทนี้จะรับเฉพาะนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรแบบเต็มเวลาเท่านั้น

8. ที่พักประเภทแยกชายหญิง
ปกติแล้วโรงเรียนประจำของมหาวิทยาลัย  นักศึกษาจะแบ่งห้องกับเพื่อนเพศเดียวกันอยู่แล้ว  แต่โดยทั่วไปที่พักทุกประเภท  นักศึกษาสามารถระบุได้อีกว่าต้องการจะร่วมห้องกับชายหรือหญิง เท่านั้น สำหรับบ้านเช่าเอกชน  ผู้ประกาศให้เช่าจะให้อิสระแก่ผู้เช่าในการระบุความต้องการว่าจะเช่าร่วมกับเพศใดด้วย

ทำไมเลือกศึกษาต่อ ณ ประเทศออสเตรเลีย

1. ความเป็นเลิศ
ดังเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า  มหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย มีชื่อเสียงระดับนานาชาติทางด้านความเป็นเลิศในหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ ทั้งทางด้านวิชาการ และ เชิงปฏิบัติ  เหล่าคณาจารย์ผู้สอนล้วนแต่ได้รับการคัดเลือกมาจากทั่วโลกและเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าในสาขาของตน  พร้อมประสบการณ์อันยาวนานในการดูแลนักศึกษาจากประเทศอื่น  นอกจากนี้ประเทศออสเตรเลียยังมีชื่อเสียงในการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ตลอดเวลาอีกด้วย

2. คุณวุฒิทางการศึกษาที่ได้รับการรับรอง
คุณวุฒิทางการศึกษาของออสเตรเลียเป็นที่ยอมรับในระดับสากล  โดยหลักสูตรและการฝึกอบรมส่วนใหญ่ จะอยู่ภายใต้กรอบคุณวุฒิทางการศึกษาของออสเตรเลีย (The Australian Qualifications Framework-AQF) ซึ่งเป็นระบบการศึกษาแห่งชาติที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลออสเตรเลีย และเป็นที่ยอมรับทั่วไปทั้งในประเทศออสเตรเลียและประเทศอื่นๆ

3. การรับรองคุณภาพ
สถาบันการศึกษาจะต้องจดทะเบียนกับรัฐบาลออสเตรเลียและมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขพิเศษของการจดทะเบียน  เพื่อให้เป็นผู้จัดสอนหลักสูตรต่างๆให้นักศึกษาต่างชาติได้  นอกจากนี้ยังมีองค์กรต่างๆมากมาย ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกระบวนการรับรองคุณวุฒิทางการศึกษา และการรับรองคุณภาพที่มีอยู่ทั่วประเทศออสเตรเลีย รวมถึงกฎหมายต่างๆที่มีข้อกำหนดในการดูแลนักศึกษาต่างชาติเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่านักศึกษาต่างชาติจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดีเมื่อมาศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย

4. ปลอดภัย  สังคมที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย
ประเทสออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย มีผู้คนที่มาพำนักอาศัยมากกว่า 100 เชื้อชาติ ทั้งยังเป็นสังคมที่ปลอดภัยและมีความเป็นมิตร  เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการไปศึกษาต่อและท่องเที่ยวในประเทสที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ประเทศออสเตรเลียมีอัตราการเกิดอาชญากรรมและความผันผวนทางการเมืองต่ำมาก  ทั้งยังมีสิ่งแวดล้อมที่มีความปลอดภัยสูง และมีผู้คนที่เป็นคนเปิดเผยและมีความเป็นมิตร

5. คุ้มค่าเงิน
โดยทั่วไปแล้วค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนในการไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย จะถูกกว่าในประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก  ในขณะที่เป็นประเทศหนึ่งในกลุ่มประเทศที่มีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีที่สุดในโลกประเทศหนึ่งด้วย นอกจากนี้นักศึกษายังสามารถสมัครขออนุญาตทำงานแบบ part-time ได้ถึง 20 ชั่วโมงตลอดช่วงระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย

6. ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก
มีนักศึกษาต่างชาติจำนวนมากมายจากประเทศต่างๆกว่า 80 ประเทศทั่วโลกเลือกที่จะไปศึกษาต่อในหลักสูตรภาษาอังกฤษที่ประเทศออสเตรเลีย  เนื่องจากสถาบันสอนภาษาทุกแห่งมีมาตรฐานการเรียนการสอนที่หลักสูตรภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ National ELICOS Accreditation Scheme (NEAS) และรัฐบาล  เหล่าคณาจารย์ผู้สอน ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและคุณวุฒิตรงตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้

7. บริการให้ความสนับสนุนสำหรับนักศึกษา ประเทศออสเตรเลียเป็นผู้นำในด้านการให้ความคุ้มครอง และบริการต่างๆแก่นักศึกษานานาชาติ ตั้งแต่การสนับสนุนและให้บริการตรวจตราดูแล  เพื่อช่วยเหลือทั้งด้านการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ  การดำเนินชีวิตในประเทศออสเตรเลีย  จนถึงการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ

ระบบการศึกษาของออสเตรเลีย

ในระดับมัธยมศึกษา  การเรียนการสอนจะให้ความสำคัญทั้งทางด้านวิชาการ และกิจกรรมอื่นๆที่เป็นประโยชน์  โดยที่สถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง จะเป็นผู้กำหนดวิธีการประเมินผลการเรียนของนักเรียนขึ้นเอง  แต่สำหรับในปีสุดท้ายของการเรียน นักเรียนจะได้รับผลประเมินการเรียนแบบรวม ที่มาจากผลสอบภายในโรงเรียน และผลการสอบข้อสอบรวมภายนอก  ส่วนสำหรับหลักสูตรของสถาบันการศึกษา และฝึกอบรมสายอาชีพ วิทยาลัยเอกชน การเรียนการสอนและรูปแบบการประเมินผล จะมีความหลากหลายแตกต่างกันไป  เมื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย  นักศึกษาจะได้รับการส่งเสริม ให้รู้จักการรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยตนเองหรือเป็นกลุ่ม  การตั้งคำถาม   การพัฒนาข้อโต้แย้งอย่างมีเหตุผล และการมีส่วนร่วมในการอภิปราย และโต้เวทีกับเพื่อนนักศึกษา ทำให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง และมีบทบาทมากกว่าการเรียนจากการนั่งฟังคำบรรยาย

คุณภาพการศึกษาสูง
ประเทศออสเตรเลียกลายเป็นประเทศที่นักศึกษาต่างชาตินิยมไปเรียนประเทศหนึ่ง เนื่องจากหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับบัณฑิตศึกษา ระดับอาชีวศึกษา เทคนิคและระดับโรงเรียนออสเตรเลียมีคุณภาพดีหาที่ไหนเทียบไม่ได้

เศรษฐกิจของออสเตรเลีย

รายได้หลักของประเทศออสเตรเลีย  การทำเหมืองแร่และภาคเกษตรกรรม ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สามารถหารายได้เข้าประเทศได้มาก ประเทศออสเตรเลียมีตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ ซึ่งทำให้ประเทศออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกขนแกะรายใหญ่ที่สุดในโลก  รวมถึงการส่งออกสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น  ข้าวสาลี ข้าวบาเลย์ น้ำตาล ถ่าน และ แร่เหล็ก  และส่งออกให้กับประเทศภาคพื้นเอชัย  การศึกษาถือเป็นการนำรายได้เข้าประเทศออสเตรเลียได้มาก เป็นลำดับที่สามในบรรดาอุตสาหกรรมส่งออกของออสเตรเลียทั้งหมด  ซึ่งทำให้การศึกษาของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือว่าเป็นประเทศใหม่ มีคุณภาพเทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ ที่เคยเป็นที่นิยมของนักศึกษาต่างชาติมาก่อน ประเทศออสเตรเลียได้พยายามปรับปรุงธุรกิจส่งออก โดยเฉพาะในด้านการผลิตและการบริการ

 

ทุนการศึกษาของนักเรียนต่างชาติ

ทุนการศึกษาส่วนใหญ่ที่ให้นักศึกษาต่างชาติ  ซึ่งมาจากรัฐบาลออสเตรเลียและสถาบันการศึกษาต่างๆ มักเป็นทุนเพื่อให้เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย  และมักเป็นทุนแบบให้เต็ม ดังนั้นจึงมีการแข่งขันอย่างมากสำหรับทุนนักศึกษาต่างชาติ  นักศึกษาสามารถยื่นใบสมัครขอรับทุนได้ทั้งจากรัฐบาลออสเตรเลีย สถาบันการศึกษา รวมถึงหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ  สำหรับทุนการศึกษาที่ให้จะครอบคลุมสาขาวิชา  และประเถทที่กว้างมาก  ซึ่งรวมถึงการศึกษาระดับวิทยาลัย  เทคนิค วิชาชีพ  นักเรียนแลกเปลี่ยน ระดับปริญญาและสูงกว่าทั้งแบบลงเรียนและแบบทำวิจัย  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอกโดยการทำวิจัย  โดยผู้สนใจสามารถทำการติดต่อกับสถาบันการศึกษานั้นๆได้โดยตรง  แต่ไม่มีทุนสำหรับหลักสูตรการเรียนหรือฝึกภาษาอังกฤษ  แต่ทุนเรื่องภาษาอังกฤษอาจจะมีบ้างจากแต่ละสถาบันการศึกษากำหนดเอง  ผู้ที่ต้องการทราบรายละเอียดสามารถสอบถามและติดต่อได้จาก สำนักงาน ก.พ. หรือ สถานฑูตออสเตรเลีย

หลักสูตรการศึกษาของประเทศออสเตรเลีย

1. หลักสูตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา(Primary and Secondary Education)
-การศึกษษระดับประถมศึกษา (1-6 ปี) และระดับมัธยมศึกษา (7-12 ปี) 
-โรงเรียนให้การดูแลนักเรียนในทุกๆด้านเป็นอย่างดีทั้งสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
-มีครูที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดีมีประสบการณ์สูง ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

2. หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (ELICOS)
- หลักสูตรภาษาอังกฤษที่เปิดสอนในประเทศออสเตรเลียมีชื่อว่า English Language Intensive Courses  for  Overseas Students (ELICOS) ซึ่งหมายถึง หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรดที่เปิดสอนสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ
- การจัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษโดยทั่วไปจะจัดแยกไว้เป็นระดับต่างๆ คือ Beginner,Elementary,Lower-intermidiate,Intermediate,Upper-intermediate และ Advanced
-สถาบันสอนภาษาในประเทศออสเตรเลีย จะถูกกำหนดโดย NEAS ให้มีรูปแบบการเรียนแบบเต็มเวลา ที่มีการเรียนการสอนสัปดาห์ละ 25 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

ประเภทของหลักสูตรภาษาอังกฤษมีดังนี้

  • English for Academic Purposes
  • General English
  • English for Specific Purposes
  • Academic Orientation Program
  • Direct Entry English Program (DEEP)
  • English for Business
  • English Test Preparation Program
  • English for High School Preparation
  • English and Recreation ,Study tour/Holiday English
  • Teacher English as a Second Language Program
  • English and Work Experience/Internship
  • International School Year/Semester

3. หลักสูตรเตรียมพื้นฐานก่อนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา (Foundation Studies)
- เป็นการปูพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่ประเทศออสเตรเลียได ้(สำหรับนักศึกษาที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไขในการเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรระดับปริญญาตรีโดยตรง)
- มีการเปิดสอนทั้งในโรงเรียน สถาบันการศึกษา และฝึกอบรมสายอาชีพและมหาวิทยาลัยต่างๆหลายแห่ง
- ใช้เวลาเรียน 6เดือน-1ปี
- มีการเปิดรับนักศึกษาปีละ 2 ครั้ง คือต้นปีและกลางปี ยกเว้นบางแห่งอาจเปิดรับปีละ 1 ครั้ง

4. หลักสูตรระดับการฝึกอบรมสายอาชีพ (Vocational Education and Training)
- เป็นหลักสูตรที่เน้นให้ความสำคัญกับภาคปฏิบัติมากกว่าหลักสูตรที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัย

แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบคือ

  • วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่องของรัฐบาล(Technical And  Further Education-TAFE)
  • วิทยาลัยเอกชน(Private College)

- วุฒิการศึกษาของระดับอาชีวศึกษาและฝึกอบรม สามารถแบ่งออกเป็นระดับต่างๆดังนี้

    • ประกาศนียบัตร1-4(Certificates I-IV)
    • อนุปริญญา(Diploma)
    • อนุปริญญาขั้นสูง(Advanced Diploma)

5. หลักสูตรระดับอุดมศึกษา(มหาวิทยาลัย)
- ให้ความสำคัญกับคุณภาพการเรียนการสอน วิทยาการใหม่ๆ ความต้องการของตลาดแรงงาน และความหลากหลายของหลักสูตร
- วุฒิการศึกษาในระดับอุดมศึกษา สามารถจัดออกเป็นระดับต่างๆได้ดังนี้

  • ปริญญาตรี(Bachelor Degree)
  • ปริญญาตรีเกียรตินิยม(Bachelor Degree with Honours)
  • ประกาศนียบัตรบัณฑิต(Graduate Certificate)
  • อนุปริญญาโท(Graduate Diploma)
  • ปริญญาโท(Master Degree)
ปริญญาเอก(Doctoral Degree)

ขั้นตอนการสมัครเข้าศึกษา

เมื่อพิจารณาเลือกสถาบันการศึกษาได้แล้ว  นักศึกษาสามารถติดต่อไปยังสถาบันนั้นๆได้โดยตรงเพื่อขอใบสมัคร อย่างไรก็ดีสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้มักมีเอกสารให้ download ใน website ได้
โดยทั่วไปแล้วเอกสารประกอบการรับสมัครจะรวมถึง

1. ค่าสมัคร
2. หลักฐานเกี่ยวกับการศึกษาที่ผ่านมา(เป็นภาษาอังกฤษ)
3. หลักฐานความสามาถในการใช้ภาษาอังกฤษ(TOFEL/IELTS)
4. เอกสารเกี่ยวกับการทำงานที่ผ่านมา
5. จดหมายรับรองจากอาจารย์ผู้สอน/อาจารย์ที่ปรึกษา 2-3 ท่าน
6. เรียงความประวัติส่วนตัวของนักเรียน
7. หัวข้องานวิจัย(กรณีต้องการสมัครหลักสูตรงานวิจัย)

หลักสูตร

ค่าเล่าเรียนต่อปี

หลักสูตรปูพื้นฐานก่อนเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี

A$9000-A$14000

หลักสูตรระดับปริญญาตรี(Bachelor Degree)
- สาขาศิลปศาสตร์บริหารธุรกิจ  เศรษฐศาสตร์และนิติศาสตร์
- สาขาทางการปฏิบัติการในห้องทดลอง (วิทยาศาสตร์/วิศวกรรม)

A$10000-A$13500
A$11000-A$16500

หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา
-Graduate Certificate
-Graduate Diploma
-Master Degree
-ปริญญาเอก
-MBA

A$9000-A$16000
A$9000-A$16000
A$11000-A$18500
A$11000-A$18500
A$12000-A$55000

หลักสูตรการศึกษาและฝึกอบรมสายอาชีพ(VET)

A$5500-A$18000

หลักสูตรระดับมัธยมศึกษา
- มัธยมศึกษาตอนปลาย
- ประถมและมัธยมศึกษาตอนต้น

A$6000-A$13000
A$5000-A$11000

หลักสูตรภาษาอังกฤษ
ขึ้นอยู่กับหลักสูร ระยะเวลา สถาบัน

A$3500-A$13500

การทำงานระหว่างการศึกษา

ในขณที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย  นักศึกษษสามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์  และในช่วงปิดภาคเรียนสามารถทำงานได้แบบเต็มเวลา  นักศึกษาที่ขอวีซ่านักเรียน  จะได้รับสิทธิในการทำงานระหว่างการศึกษาเล่าเรียนได้โดยอัตโนมัติ  การหางานทำในประเทศออสเตรเลีย  ไม่ใช่เรื่องที่ยาก  การทำงานนอกเวลาตามร้านค้าหรือบริการต่างๆทั้งในรูปแบบภัตตาคารหรือศูนย์การค้า  ค่าจ้างที่ได้รับจะอยู่ในช่วง A$8-A$16 ต่อชั่วโมงขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน  ระดับความรับผิดชอบ  ช่วงเวลาของการทำงาน และอายุของนักศึกษา  นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติยังต้องทำเรื่องขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี(Australian Tax File Number) ด้วย สำหรับการชำระภาษีรายได้จากการทำงาน
ดังนั้นเมื่อนักศึกษาเรียนสำหรับในหลักสูตรที่ต้องการแล้ว  นักศึกษาจะต้องเดินทางออกไปจากประเทศออสเตรเลียซึ่งเป็นเงื่อนไขข้อหนึ้งของการถือวีซ่านักเรียน  ดังนั้นนักศึกษาต้องพิจารณาว่าต้องการศึกษาในหลักสูตรใดอีกต่อไปหรือไม่   และถ้าไม่ต้องการศึกษาในหลักสูตรใดอีกต่อไปแล้ว  ก็ต้องเดินทางออกจากประเทศออสเตรเลียภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในวีซ่า

วีซ่านักเรียน
การยื่นขอวีซ่าจะพิจารณาตามระยะเวลาของการเรียน ในกรณีที่ลงทะเบียนเรียนต่ำกว่า 90 วันสามารถยื่นขอวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยวได้ แต่ถ้าต้องการเรียนแบบเต็มเวลาเป็นระยะเวลามากกว่า 90 วันจะต้องยื่นใบสมัครขอวีซ่านักเรียน

1. การยื่นวีซ่าด้วยตนเองในแบบปกติ

หลักฐานที่ต้องใช้มีดังนี้

  • แบบฟอร์ม 157A ซึ่งกรอกและลงนามโดยสมบูรณ์
  • ต้นฉบับเอกสารยืนยันการตอบรับจากสถาบันการศึกษาที่ได้สมัครไว้
  • หนังสือเดินทางของผู้สมัครขอวีซ่าทุกคน
  • รูปถ่ายสีหรือขาวดำขนาด1-2 นิ้วจำนวน 1 รูป
  • ต้นฉบับพร้อมสำเนาเอกสารรับรองการศึกา  เอกสารรับรองผลการเรียน ซึ่งรวมถึงประกาศนียบัตรการเข้าอบรมวิชาต่างๆและใบแสดงผลการเรียน
  • ใบรับรองฐานะการเงินพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องจากธนาคารสำเนาบัญชีสมุดเงินฝากพร้อมตัวจริงย้อนหลัง 6 เดือน
  • เอกสารยืนยันตัวบุคคล ได้แก่ บัตรประชาชน หรือ สูติบัตร เอกสารทะเบียนบ้านของผู้สมัคร ต้นฉบับพร้อมสำเนา
  • จดหมายรับรองการทำงาน(หากมีประวัติการทำงาน)
  • หลักฐานของการจ่ายค่าประกันสุขภาพของนักเรียน
  • หลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครและผู้รับรองฐานะทางการเงิน

2. การยื่นวีซ่าด้วยตนเองแบบวีซ่านักเรียนอิเล็กทรอนิกส์

สิ่งที่จำเป็นสำหรับการยื่นวีซ่าด้วยตนเองแบบวีซ่านักเรียนอิเล็กทรอนิกส์

  • ต้องเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก(ใบสมัครประเภทเกณฑ์พิจารณาระดับ 1)
  • ต้องอยู่ในประเทศออสเตรเลีย
  • ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • ต้องมีเอกสารอิเล็กทรอนิคซึ่งยืนยันการตอบรับจากสถาบันการศึกษาไ(eCoE)
  • ไม่สามารถยื่นสมัครล่วงหน่านานเกินกว่า 90 วันก่อนที่หลักสูตรการศึกษาของท่านจะเริ่ม
  • สามารถยื่นใบสมัครได้สำหรับตัวท่านเองเท่านั้น

สิทธิการทำงานของเด็กต่างชาติ ในประเทศออสเตรเลีย

ชื่อ visa  :  Student visa
ค่า visa  :  
540 ดอลลาร์ออสเตเลีย (500 ดอลลาร์สหรัฐ)
ค่าใบอนุญาตการทำงาน  :  
รวมแล้ว
อนุญาตให้ทำงานได้โดยอัตโนมัต ิ :  
ใช่
เวลาการทำงาน  :  
20 ชม./สัปดาห์
วันหยุด  :  
เต็มเวลา
วันคริสต์มาส  :  
เต็มเวลา
ระยะเวลาขั้นต่ำของ visa  :  
ไม่จำกัด
ข้อจำกัดอื่น :
  -






 ค้นหารวดเร็วทันใจด้วย Google


Valid CSS!

Copyright © IEO Study Abroad CO.,Ltd All right reserved.
Room 11A, th Floor. Vanissa Bldg. 29 Soi Chitlom Ploenchit Rd. Pathumwan Bangkok 10330 Thailand Tel : 0-2650-3532-3 Fax : 0-2650-3534
 ติดต่อเว็บมาสเตอร์ | แจ้งปัญหาการใช้งาน | Banner Exchange | เพื่อการแสดงผลที่สมบูรณ์ กรุณาอัพเดท Browser ให้เป็น Version ล่าสุด